วันพุธ, มีนาคม 21, 2555

AF-S DX Nikkor 16-85mm 1:3.5-5.6G ED VR



นิคอนออกเลนซ์ นิคคอร์ 16-85 มม. ในปี 2008 เพื่อเป็นเลนซ์ซูมเอนกประสงค์เทียบเท่ากับขนาดเลนซ์ในช่วง 24-120 มม.ของกล้อง 35 มม.  โดยออกแบบให้มีลักษณะเหมือนเลนซ์คู่แฝดของ AF-S DX Nikkor  18-200mm 1:3.5-5.6G VR(I)  เลนซ์นิคคอร์ 16-85มม.  เป็นเลนซ์ซูมโฟกัสอัตโนมัติ ซึ่งมีระบบประมวลผลในตัวเชื่อมต่อกับกล้องด้วยเมาท์เลนซ์ประเภทเขี้ยว  ออกแบบมาให้ใช้กับกล้อง DSLR   เป็นเลนซ์ประเภท DX ที่ใช้กับเซ็นเซอร์ประเภท APS-C   ทำให้ได้ช่วงซูม 24-127.5มม.  คิดเป็นองศาของภาพ 83°-18° 50’  บนกระบอกเลนซ์มีตัวเลขบอกความกว้างที่ระยะต่างๆได้แก่ 16, 24, 35, 50, 70 และ 85มม. ตามลำดับ

ระบบออพติคของเลนซ์นิคอน 16-85มม. ประกอบด้วยชิ้นเลนซ์ 17 ชิ้น จัดเรียงเป็น 11 กลุ่ม  ใช้ชิ้นเลนซ์ที่แก้ความคลาดแสง aspherical lens 3 ชิ้น และเลนซ์ประเภทกระจายแสงต่ำ extra low dispersion lens อีก 2 ชิ้น เพื่อช่วยแก้ความคลาดสี  บนกระบอกเลนซ์มีสเกลบอกระยะห่างของวัตถุคร่าวๆทั้งระบบเมตริกและระบบอังกฤษ   แยกวงแหวนซูมและวงแหวนโฟกัสออกจากกัน  นิคอนออกแบบระบบโฟกัสภายใน internal focus เคลื่อนชิ้นเลนซ์ภายในทำให้หน้ากระบอกเลนซ์ไม่หมุน  ระบบโฟกัสของนิคอนใช้มอเตอร์ไร้เสียงในการขับเคลื่อน  silent wave motor  SWM สามารถโฟกัสวัตถุในระยะใกล้สุด 38 ซม. ไปจนไกลสุดที่ระยะอนันต์   บนกระบอกเลนซ์มีสวิทซ์ให้เลือกโฟกัสแบบหัตถกิจหรือเป็นระบบอัตโนมัติ  สามารถใช้มือปรับโฟกัสร่วมกับระบบโฟกัสอัตโนมัติได้  รูรับแสงของเลนซ์ประกอบด้วยแผ่นไดอะแฟรม 7 แผ่นซ้อนกัน  เปิดรูรับแสงตั้งแต่ f3.5-f22 ที่ระยะ 16มม.  และตั้งแต่ f5.6-f22 ที่ระยะ 85 มม.  ใช้ฮูดบังแสง HB-39
Nikon AF-S 16-85mm. มีระบบชดเชยการสั่นไหว vibration reduction VR ซึ่งได้พัฒนาใหม่เป็นรุ่นที่ 2 นิคอนใช้คอนล์มอเตอร์เพื่อขยับชิ้นเลนซ์ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน voice coil motors VCMs  มีสวิทซ์ให้เลือกเปิดระบบ VR ที่ตัวกระบอกเลนซ์  และมีสวิทซ์เลือกเปิดตามชนิดของการสั่นไหว  หากเลือก normal หมายความว่าเป็นการสั่นไหวตามแนวนอน  เช่นการแพนกล้องติดตามรถหรือวัตถุเคลื่อนที่ในแนวนอน  ต่างจาก active ที่เป็นการเลือกชดเชยการสั่นไหวในแนวตั้ง เช่นการถ่ายภาพบนรถที่กำลังเคลื่อนที่และมีการโยนตัว    นิคอนอ้างว่าการใช้ระบบ VR  เพิ่มประสิทธิภาพการบันทึกภาพด้วยมืออีก 4 สตอป  ผลจากการทดสอบหลายๆครั้ง ผมสามารถใช้ความไวชัตเตอร์ได้ที่ 0.625 วินาที หรือประมาณ 1 ใน 1.6 วินาที  โดยปกติผมสามารถถือกล้องให้นิ่งโดยไม่สั่นไหวที่ไม่น้อยกว่า 1/30 วินาที  ลงไปถึง 4 สตอป (1/15, 1/8, 1/4, 1/2 วินาที)   แต่ทั้งนี้ขึ้นกับวิธีการถือกล้อง  การถือถ่ายในมุมเงยหรือมุมกด รวมทั้งระยะทางยาวโฟกัสที่ใช้  หากบันทึกภาพด้วยมือให้เปิดระบบ VR และปิดระบบ VR หากบันทึกภาพบนขาตั้งกล้องสามขา เว้นแต่หัวในกรณีที่ไม่ได้ตรึงหัวบอลไว้กับที่ หรือบันทึกภาพบนเสาขาเดียวโมโนพอด  นิคอนแนะนำว่าอย่าปิดสวิทซ์กล้องในขณะที่ VR กำลังทำงานหรือถอดเลนซ์ออกในขณะที่ระบบทำงาน

รูรับแสงกว้างที่สุดคือ f3.5 ที่ทางยาวโฟกัส 16มม. และมีรูรับแสงแคบที่สุดเพิ่มขึ้นตามความยาวโฟกัสที่เพิ่มขึ้นดังนี้   ที่ 24 มม. f4ที่ 32 มม. f4.5, ที่ 50 มม. f5 และตั้งแต่ 70 มม. ขึ้นไป f5.6   ผลจากการทดสอบของแล็ปต่างๆพบว่า  เมื่อเปิดรูรับแสงกว้างสุดความคมชัดที่ขอบภาพที่ทางยาวโฟกัสกว้างสุดที่ 16 มม.อยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้ และที่กลางภาพอยู่ในเกณฑ์ดียอดเยี่ยม  ความคมชัดที่ขอบภาพดีขึ้นถึงระดับดีและดีมากที่กลางภาพเมื่อเปิดรูรับแสงตั้งแต่ f5.6-f8 ขึ้นไป   สำหรับที่ระยะ 24-50 มม.จะให้ความคมชัดที่ขอบภาพดีมากและกลางภาพยอดเยี่ยมทุกค่ารูรับแสง  เมื่อซูมไปที่ระยะ 85 มม.  ความคมชัดที่กลางภาพจะอยู่ที่รับดีมากและพอใช้ที่ขอบภาพเท่านั้น   การลดรูรับแสงลงที่ f8-f11 จะช่วยให้ความคมชัดขอบภาพอยู่ในระดับดี   จำให้ง่ายคือที่ระยะทางยาวโฟกัสสั้นที่สุด 16 มม. ให้หรี่รูรับแสง (f8) เมื่อต้องการความคมชัดในระดับดีมาก   ที่ระยะทางยาวโฟกัสยาว 85มม. ให้หรี่รูรับแสง (f8) เพื่อให้ได้ความคมชัดในระดับดี  ส่วนที่ความยาวโฟกัสอื่นๆภาพจะคมชัดในระดับดีมากขึ้นไปถึงดียอดเยี่ยมตั้งแต่รูรับแสง f5.6 เป็นต้นไป  นอกจากการหรี่รูรับแสงจะช่วยให้ความคมชัดที่ขอบภาพดีขึนแล้ว ยังช่วยลดความคลาดสี chromatic aberrations CAs ที่ขอบภาพอีกด้วย  ผลจากการทดสอบในแล็บพบว่า เมื่อเปิดรูรับแสงกว้างที่ทางยาวโฟกัสสั้น 16มม. มีความคลาดสีที่ขอบภาพสูงถึง 1.6 px   ความคลาดสีลดลง (1.1px) ในระดับดีเมื่อหรี่รูรับแสงลงเหลือ f8   ที่ทางยาวโฟกัส 85 มม. พบความคลาดสีที่ขอบภาพ การหรี่รูรับแสงไม่ได้ช่วยอะไร (1.53-1.6 px)  ส่วนที่ทางยาวโฟกัส 24-70 มม. ไม่พบปัญหาความคลาดสี (0.44-0.97px)  สำหรับการทดสอบความบิดเบือนของภาพที่ระยะกว้างสุด 16 มม. พบว่ามีการบิดเบือน distortion  -2.54% ในลักษณะป่องกลาง  มี decentering ในระดับ 3 คือมากพอควร  ที่ขอบภาพแบบโค้งเข้า    มีอาการมืด vignetting ที่มุมภาพที่ทางยาวโฟกัส 16 มม. ให้เห็นชัดเมื่อใช้รูรับแสงกว้างสุด 3.5-4.5  หากหรี่รูรับแสงตั้งแต่ f5.6 ขึ้นไปจะดี  สำหรับทางยาวโฟกัส 85 มม. พบอาการขอบมืดได้เช่นเดียวกันที่ f5.6  และจะหายไปเมื่อปรับรูรับแสงเป็น f8   การที่เราเข้าใจข้อจำกัดของเลนซ์จะช่วยให้เราสามารถเลือกปรับค่ารูรับแสงให้เหมาะสมกับชนิดของการใช้งานได้  และข้อด้อยเปล่านี้เป็นข้อจำกัดของการออกแบบทางออพติค คือต้องการทั้งระยะซูม ต้องการขนาดน้ำหนักที่พอดีและกระชับมือ  เลนซ์ในเกรดพรีเมี่ยมหากไม่ใช้เลนซ์ทางยาวโฟกัสเดียวจก็ต้องทำให้ช่วงซูมอยู่ในระยะแคบๆ เช่น 17-50 จึงจะสามารถเปิดรูรับแสงกว้างๆได้ตลอดทุกช่วง ลดปัญหาบิดเบือนของภาพที่ทางยาวโฟกัสสั้นที่สุดและลดอาการขอบภาพมืด กระบอกเลนซ์จะใหญ่และหนัก ขนาดของฟิลเตอร์หน้าเลนซ์ไม่น้อยกว่า 77 มม.ขึ้นไปทั้งสิ้น  ราคาก็ต่างออกไปเป็นเท่าตัว
D60, 32mm, f14, 1/320s, ISO200, AWB  ไม่มีอาการมุมมืด และความคมชัดเท่ากันจากขอบถึงขอบ

D60, 16mm., f4, 1/640s, ISO200, AWB  สังเกตพื้นขอบล่างขวามืดลงเล็กน้อยที่รูรับแสง f4

D60, 16mm, f11, 1/160s, ISO200, spot, AWB

D50, 16mm, f3.5, 1/5s, ISO1600,  -1ev  คมชัดเฉพาะกลางภาพ และมีลักษณะมุมภาพมืดอย่างชัดเจน


D60, 16mm, f5.6, 1/13s, ISO200, spot  กลางภาพคมชัดกว่าขอบภาพ

D50, 16mm, f4, 1/40s, ISO400, AWB  เทวดาประนมที่กลางภาพคมชัด กว่าเทวดาที่ขอบภาพ

กระบอกเลนซ์นิคอน 16-85มม. มีขนาด 7.2 x 8.5 ซม.  น้ำหนัก 485 ก. ใช้กับฟิลเตอร์ 67 มม.  ขนาดของเลนซ์ที่ไม่ใหญ่จนเกินไปและมีน้ำหนักมากเหมาะกับคนข้อมือเล็ก  จากการจับถือพบว่าให้ความรู้สึกที่ดี แข็งแรง ซูมแน่นไม่ฟรีและไหลเลื่อนง่าย  เลนซ์ในตระกูลG เป็นเลนซ์ที่ไม่มีการตั้งค่ารูรับแสงบนกระบอกเลนซ์ แต่จะปรับตั้งค่าบนตัวกล้อง  ผมได้นำเลนซ์ไปใช้ในภาคสนามกับบอดีกล้องนิคอน 3 รุ่น คือ D50, D60 และ D5100  ในการถ่ายภาพภูมิสถาปัตย์ พบว่าเป็นเลนซ์ที่ถ่ายสนุก ใช้สดวก เป็นช่วงนอร์มอลซูมที่เหมาะกับงานประเภทนี้  เมื่อทดลองบันทึกภาพในสภาพแสงต่างๆ ในสภาพแสงต่ำๆ สภาพคอนทราสต์สูง  ภาพที่ได้มีความคมชัดและให้สีสดใสน่าพอใจ  พึงพอใจกับระบบ normal VR  (ไม่ได้ทดสอบ active VR) ทำให้ผมถือถ่ายได้ในสภาพแสงน้อยๆที่ทางยาวโฟกัส 70-85มม.  เมื่อระบบVR ทำงาน ภาพที่เห็นในช่องมองภาพมีอาการเบลอเล็กน้อย ระบบVR ทำงานค่อนข้างเงียบ ต่างจากระบบ VC ของเลนซ์แทมรอน 17-50มม. ที่ผมใช้อยู่ระยะหนึ่ง ภาพในช่องมองจะกระตุกวูบค่อนข้างแรง  ผมไม่ได้ทดสอบการถ่ายภาพบุคคล จึงไม่ทราบว่าการไล่โทนสีผิวเป็นอย่างไร  สำหรับไดอะแฟรมที่ควบคุมรูรับแสงมีการซ้อนแผ่นให้รูที่ค่อนข้างกลม นิคอนอ้างว่าทำให้การละลายแกหลังดูละมุน  ผมไม่ได้ทดสอบโบเก้ในสภาพแสงต่างๆ จึงไม่มีคำตอบ  ส่วนระยะชัดลึกของเลนซ์ 16-85 มม. อยุ่ในช่วงกว้าง แม้จะมีช่วงซูมระยะกลางแต่ถูกจำกัดด้วยขนาดของรูรับแสงที่แคบ f5.6  การละลายฉากหลังจึงมีไม่มากนัก

 
D60, 85mm, f11, 1/80s, ISO200, spot, AWB

ภาพครอปขอบภาพแสดงให้เห็นความคลาดสีที่ 85มม. f11


D5100, 85mm, f5.6, 1/10s, ISO200, cloudy WB  ระยะชัดลึกมีมากหากโฟกัสวัตถุที่ระยะไกล  แต่ระยะชัดลึกแคบเมื่อโฟกัสวัตถุใระยะใกล้

D5100,  85mm,  f5.6, 1/60s,  ISO800, -0.67ev, AWB

ภาพครอป 100% ขอบภาพด้านบน ไม่พบความคลาดสีให้เห็นชัดเจนที่ ความยาวโฟกัส 85 มม. f5.6   เนื่องจากแสงน้อย
นิคอนตั้งราคาขายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย ในเดือนมีนาคม 2012 ไว้ที่ 23,900 บาท  ในขณะที่ร้านค้าย่อยที่สินค้าเข้ามาเองประกาศขายสินค้าในราคา 20,200-21,000 บาท   คุณภาพและราคาของเลนซ์นิคอน 16-85มม. เป็นทางเลือกที่ดีของนักถ่ายภาพระดับจริงจังแต่มีงบปานกลางและต้องการใช้ของคุณภาพติดแบรนด์นิคอน  ในราคาเพียงครึ่งเดียวของเลนซ์ระดับพรีเมียมในช่วงทางยาวโฟกัสที่ใกล้เคียงกัน
นิคอน 16-85มม. บน D5100

ภาพจากเลนซ์นิคคอร์ 16-85มม. กับกล้อง D50, D60 และ D5100 รวบรวมไว้ที่นี่แล้ว

อ้างอิงผลทดสอบทางแล็บจาก http://www.photozone.de/Reviews/377-nikkor_1685_3556vr?start=1
ภาพอุปกรณ์บันทึกด้วย Olympus E-420, ZD 25mm. 1:2.8

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น