นิคอนออกเลนซ์
นิคคอร์ 16-85
มม. ในปี 2008
เพื่อเป็นเลนซ์ซูมเอนกประสงค์เทียบเท่ากับขนาดเลนซ์ในช่วง 24-120 มม.ของกล้อง 35 มม.
โดยออกแบบให้มีลักษณะเหมือนเลนซ์คู่แฝดของ AF-S DX Nikkor 18-200mm 1:3.5-5.6G VR(I) เลนซ์นิคคอร์ 16-85มม. เป็นเลนซ์ซูมโฟกัสอัตโนมัติ ซึ่งมีระบบประมวลผลในตัวเชื่อมต่อกับกล้องด้วยเมาท์เลนซ์ประเภทเขี้ยว ออกแบบมาให้ใช้กับกล้อง DSLR เป็นเลนซ์ประเภท DX ที่ใช้กับเซ็นเซอร์ประเภท APS-C ทำให้ได้ช่วงซูม 24-127.5มม. คิดเป็นองศาของภาพ 83°-18°
50’
บนกระบอกเลนซ์มีตัวเลขบอกความกว้างที่ระยะต่างๆได้แก่ 16, 24, 35,
50, 70 และ 85มม. ตามลำดับ

ระบบออพติคของเลนซ์นิคอน
16-85มม. ประกอบด้วยชิ้นเลนซ์ 17 ชิ้น จัดเรียงเป็น 11 กลุ่ม
ใช้ชิ้นเลนซ์ที่แก้ความคลาดแสง aspherical lens 3
ชิ้น และเลนซ์ประเภทกระจายแสงต่ำ extra low dispersion lens อีก 2 ชิ้น เพื่อช่วยแก้ความคลาดสี บนกระบอกเลนซ์มีสเกลบอกระยะห่างของวัตถุคร่าวๆทั้งระบบเมตริกและระบบอังกฤษ แยกวงแหวนซูมและวงแหวนโฟกัสออกจากกัน นิคอนออกแบบระบบโฟกัสภายใน internal
focus เคลื่อนชิ้นเลนซ์ภายในทำให้หน้ากระบอกเลนซ์ไม่หมุน ระบบโฟกัสของนิคอนใช้มอเตอร์ไร้เสียงในการขับเคลื่อน
silent wave motor SWM
สามารถโฟกัสวัตถุในระยะใกล้สุด 38 ซม.
ไปจนไกลสุดที่ระยะอนันต์ บนกระบอกเลนซ์มีสวิทซ์ให้เลือกโฟกัสแบบหัตถกิจหรือเป็นระบบอัตโนมัติ
สามารถใช้มือปรับโฟกัสร่วมกับระบบโฟกัสอัตโนมัติได้ รูรับแสงของเลนซ์ประกอบด้วยแผ่นไดอะแฟรม 7
แผ่นซ้อนกัน เปิดรูรับแสงตั้งแต่ f3.5-f22 ที่ระยะ 16มม. และตั้งแต่ f5.6-f22 ที่ระยะ 85 มม. ใช้ฮูดบังแสง HB-39

Nikon AF-S 16-85mm. มีระบบชดเชยการสั่นไหว
vibration reduction VR ซึ่งได้พัฒนาใหม่เป็นรุ่นที่ 2 นิคอนใช้คอนล์มอเตอร์เพื่อขยับชิ้นเลนซ์ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน voice
coil motors VCMs มีสวิทซ์ให้เลือกเปิดระบบ
VR ที่ตัวกระบอกเลนซ์
และมีสวิทซ์เลือกเปิดตามชนิดของการสั่นไหว
หากเลือก normal หมายความว่าเป็นการสั่นไหวตามแนวนอน เช่นการแพนกล้องติดตามรถหรือวัตถุเคลื่อนที่ในแนวนอน ต่างจาก active
ที่เป็นการเลือกชดเชยการสั่นไหวในแนวตั้ง
เช่นการถ่ายภาพบนรถที่กำลังเคลื่อนที่และมีการโยนตัว นิคอนอ้างว่าการใช้ระบบ VR เพิ่มประสิทธิภาพการบันทึกภาพด้วยมืออีก 4 สตอป ผลจากการทดสอบหลายๆครั้ง ผมสามารถใช้ความไวชัตเตอร์ได้ที่
0.625 วินาที หรือประมาณ 1 ใน 1.6 วินาที
โดยปกติผมสามารถถือกล้องให้นิ่งโดยไม่สั่นไหวที่ไม่น้อยกว่า 1/30 วินาที ลงไปถึง 4 สตอป (1/15, 1/8, 1/4, 1/2 วินาที) แต่ทั้งนี้ขึ้นกับวิธีการถือกล้อง การถือถ่ายในมุมเงยหรือมุมกด
รวมทั้งระยะทางยาวโฟกัสที่ใช้ หากบันทึกภาพด้วยมือให้เปิดระบบ
VR และปิดระบบ VR
หากบันทึกภาพบนขาตั้งกล้องสามขา เว้นแต่หัวในกรณีที่ไม่ได้ตรึงหัวบอลไว้กับที่
หรือบันทึกภาพบนเสาขาเดียวโมโนพอด
นิคอนแนะนำว่าอย่าปิดสวิทซ์กล้องในขณะที่ VR กำลังทำงานหรือถอดเลนซ์ออกในขณะที่ระบบทำงาน
รูรับแสงกว้างที่สุดคือ
f3.5 ที่ทางยาวโฟกัส 16มม. และมีรูรับแสงแคบที่สุดเพิ่มขึ้นตามความยาวโฟกัสที่เพิ่มขึ้นดังนี้
ที่ 24 มม. f4, ที่ 32 มม. f4.5, ที่ 50 มม. f5 และตั้งแต่
70 มม. ขึ้นไป f5.6
ผลจากการทดสอบของแล็ปต่างๆพบว่า
เมื่อเปิดรูรับแสงกว้างสุดความคมชัดที่ขอบภาพที่ทางยาวโฟกัสกว้างสุดที่ 16
มม.อยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้ และที่กลางภาพอยู่ในเกณฑ์ดียอดเยี่ยม
ความคมชัดที่ขอบภาพดีขึ้นถึงระดับดีและดีมากที่กลางภาพเมื่อเปิดรูรับแสงตั้งแต่
f5.6-f8 ขึ้นไป สำหรับที่ระยะ 24-50
มม.จะให้ความคมชัดที่ขอบภาพดีมากและกลางภาพยอดเยี่ยมทุกค่ารูรับแสง เมื่อซูมไปที่ระยะ 85 มม. ความคมชัดที่กลางภาพจะอยู่ที่รับดีมากและพอใช้ที่ขอบภาพเท่านั้น
การลดรูรับแสงลงที่ f8-f11 จะช่วยให้ความคมชัดขอบภาพอยู่ในระดับดี จำให้ง่ายคือที่ระยะทางยาวโฟกัสสั้นที่สุด 16
มม. ให้หรี่รูรับแสง (f8)
เมื่อต้องการความคมชัดในระดับดีมาก
ที่ระยะทางยาวโฟกัสยาว 85มม. ให้หรี่รูรับแสง (f8)
เพื่อให้ได้ความคมชัดในระดับดี
ส่วนที่ความยาวโฟกัสอื่นๆภาพจะคมชัดในระดับดีมากขึ้นไปถึงดียอดเยี่ยมตั้งแต่รูรับแสง
f5.6 เป็นต้นไป
นอกจากการหรี่รูรับแสงจะช่วยให้ความคมชัดที่ขอบภาพดีขึนแล้ว
ยังช่วยลดความคลาดสี chromatic aberrations CAs ที่ขอบภาพอีกด้วย ผลจากการทดสอบในแล็บพบว่า
เมื่อเปิดรูรับแสงกว้างที่ทางยาวโฟกัสสั้น 16มม.
มีความคลาดสีที่ขอบภาพสูงถึง 1.6 px ความคลาดสีลดลง (1.1px) ในระดับดีเมื่อหรี่รูรับแสงลงเหลือ
f8 ที่ทางยาวโฟกัส
85 มม. พบความคลาดสีที่ขอบภาพ การหรี่รูรับแสงไม่ได้ช่วยอะไร (1.53-1.6 px) ส่วนที่ทางยาวโฟกัส 24-70 มม.
ไม่พบปัญหาความคลาดสี (0.44-0.97px) สำหรับการทดสอบความบิดเบือนของภาพที่ระยะกว้างสุด
16 มม. พบว่ามีการบิดเบือน distortion
-2.54% ในลักษณะป่องกลาง มี decentering ในระดับ
3 คือมากพอควร ที่ขอบภาพแบบโค้งเข้า
มีอาการมืด vignetting ที่มุมภาพที่ทางยาวโฟกัส 16 มม.
ให้เห็นชัดเมื่อใช้รูรับแสงกว้างสุด 3.5-4.5 หากหรี่รูรับแสงตั้งแต่ f5.6 ขึ้นไปจะดี สำหรับทางยาวโฟกัส 85
มม. พบอาการขอบมืดได้เช่นเดียวกันที่ f5.6 และจะหายไปเมื่อปรับรูรับแสงเป็น
f8 การที่เราเข้าใจข้อจำกัดของเลนซ์จะช่วยให้เราสามารถเลือกปรับค่ารูรับแสงให้เหมาะสมกับชนิดของการใช้งานได้
และข้อด้อยเปล่านี้เป็นข้อจำกัดของการออกแบบทางออพติค
คือต้องการทั้งระยะซูม ต้องการขนาดน้ำหนักที่พอดีและกระชับมือ เลนซ์ในเกรดพรีเมี่ยมหากไม่ใช้เลนซ์ทางยาวโฟกัสเดียวจก็ต้องทำให้ช่วงซูมอยู่ในระยะแคบๆ
เช่น 17-50 จึงจะสามารถเปิดรูรับแสงกว้างๆได้ตลอดทุกช่วง
ลดปัญหาบิดเบือนของภาพที่ทางยาวโฟกัสสั้นที่สุดและลดอาการขอบภาพมืด
กระบอกเลนซ์จะใหญ่และหนัก ขนาดของฟิลเตอร์หน้าเลนซ์ไม่น้อยกว่า 77 มม.ขึ้นไปทั้งสิ้น
ราคาก็ต่างออกไปเป็นเท่าตัว
 |
| D60, 32mm, f14, 1/320s, ISO200, AWB ไม่มีอาการมุมมืด และความคมชัดเท่ากันจากขอบถึงขอบ |
 |
| D60, 16mm., f4, 1/640s, ISO200, AWB สังเกตพื้นขอบล่างขวามืดลงเล็กน้อยที่รูรับแสง f4 |
 |
| D60, 16mm, f11, 1/160s, ISO200, spot, AWB |
 |
| D50, 16mm, f3.5, 1/5s, ISO1600, -1ev คมชัดเฉพาะกลางภาพ และมีลักษณะมุมภาพมืดอย่างชัดเจน |
 |
| D60, 16mm, f5.6, 1/13s, ISO200, spot กลางภาพคมชัดกว่าขอบภาพ |
 |
| D50, 16mm, f4, 1/40s, ISO400, AWB เทวดาประนมที่กลางภาพคมชัด กว่าเทวดาที่ขอบภาพ |
กระบอกเลนซ์นิคอน 16-85มม.
มีขนาด 7.2 x 8.5 ซม. น้ำหนัก 485 ก. ใช้กับฟิลเตอร์ 67 มม. ขนาดของเลนซ์ที่ไม่ใหญ่จนเกินไปและมีน้ำหนักมากเหมาะกับคนข้อมือเล็ก จากการจับถือพบว่าให้ความรู้สึกที่ดี แข็งแรง
ซูมแน่นไม่ฟรีและไหลเลื่อนง่าย
เลนซ์ในตระกูลG เป็นเลนซ์ที่ไม่มีการตั้งค่ารูรับแสงบนกระบอกเลนซ์
แต่จะปรับตั้งค่าบนตัวกล้อง
ผมได้นำเลนซ์ไปใช้ในภาคสนามกับบอดีกล้องนิคอน 3 รุ่น
คือ D50, D60 และ D5100 ในการถ่ายภาพภูมิสถาปัตย์
พบว่าเป็นเลนซ์ที่ถ่ายสนุก ใช้สดวก เป็นช่วงนอร์มอลซูมที่เหมาะกับงานประเภทนี้ เมื่อทดลองบันทึกภาพในสภาพแสงต่างๆ
ในสภาพแสงต่ำๆ สภาพคอนทราสต์สูง
ภาพที่ได้มีความคมชัดและให้สีสดใสน่าพอใจ
พึงพอใจกับระบบ normal VR (ไม่ได้ทดสอบ active VR)
ทำให้ผมถือถ่ายได้ในสภาพแสงน้อยๆที่ทางยาวโฟกัส 70-85มม. เมื่อระบบVR ทำงาน
ภาพที่เห็นในช่องมองภาพมีอาการเบลอเล็กน้อย ระบบVR ทำงานค่อนข้างเงียบ
ต่างจากระบบ VC ของเลนซ์แทมรอน 17-50มม.
ที่ผมใช้อยู่ระยะหนึ่ง ภาพในช่องมองจะกระตุกวูบค่อนข้างแรง ผมไม่ได้ทดสอบการถ่ายภาพบุคคล
จึงไม่ทราบว่าการไล่โทนสีผิวเป็นอย่างไร สำหรับไดอะแฟรมที่ควบคุมรูรับแสงมีการซ้อนแผ่นให้รูที่ค่อนข้างกลม
นิคอนอ้างว่าทำให้การละลายแกหลังดูละมุน
ผมไม่ได้ทดสอบโบเก้ในสภาพแสงต่างๆ จึงไม่มีคำตอบ ส่วนระยะชัดลึกของเลนซ์ 16-85 มม. อยุ่ในช่วงกว้าง แม้จะมีช่วงซูมระยะกลางแต่ถูกจำกัดด้วยขนาดของรูรับแสงที่แคบ
f5.6
การละลายฉากหลังจึงมีไม่มากนัก
 |
| D60, 85mm, f11, 1/80s, ISO200, spot, AWB |
 |
| ภาพครอปขอบภาพแสดงให้เห็นความคลาดสีที่ 85มม. f11 |
 |
| D5100, 85mm, f5.6, 1/10s, ISO200, cloudy WB ระยะชัดลึกมีมากหากโฟกัสวัตถุที่ระยะไกล แต่ระยะชัดลึกแคบเมื่อโฟกัสวัตถุใระยะใกล้ |
 |
| D5100, 85mm, f5.6, 1/60s, ISO800, -0.67ev, AWB |
 |
| ภาพครอป 100% ขอบภาพด้านบน ไม่พบความคลาดสีให้เห็นชัดเจนที่ ความยาวโฟกัส 85 มม. f5.6 เนื่องจากแสงน้อย |
นิคอนตั้งราคาขายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย
ในเดือนมีนาคม 2012 ไว้ที่ 23,900 บาท ในขณะที่ร้านค้าย่อยที่สินค้าเข้ามาเองประกาศขายสินค้าในราคา
20,200-21,000 บาท
คุณภาพและราคาของเลนซ์นิคอน 16-85มม. เป็นทางเลือกที่ดีของนักถ่ายภาพระดับจริงจังแต่มีงบปานกลางและต้องการใช้ของคุณภาพติดแบรนด์นิคอน ในราคาเพียงครึ่งเดียวของเลนซ์ระดับพรีเมียมในช่วงทางยาวโฟกัสที่ใกล้เคียงกัน
 |
| นิคอน 16-85มม. บน D5100 |
ภาพจากเลนซ์นิคคอร์ 16-85มม.
กับกล้อง D50, D60 และ D5100
รวบรวมไว้ที่นี่แล้ว
ภาพอุปกรณ์บันทึกด้วย Olympus E-420, ZD 25mm. 1:2.8
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น