ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ การใช้ชีวิต แคมปิ้ง ศิลปวัฒนธรรม ปกิณกคดี เรียนรู้ และสนุกกับการใช้ชีวิต เพราะแต่ละวินาทีผ่านมาแค่ครั้งเดียว
วันพฤหัสบดี, ธันวาคม 01, 2554
สปาเกตตี ซอสเห็ดคานาโบร่าแบบไทยๆ
มาอยู่เพชรบูรณ์เดือนกว่าๆ ผมทำสปาเกตตีทานไปสี่ครั้ง อาจเพราะมันทำง่าย ทำครั้งละครึ่งกิโลกรัมสามารถเก็บไว้ทานได้หลายวัน ประหยัดเวลาในการทำกับข้าวไปได้ไม่น้อย มาอยู่ที่นี่ผมทานข้าวกับที่บ้านเกือบทุกมื้อ เพราะบ้านพักอยู่ในบริเวณโรงงานและฟาร์ม ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนคือ น้ำมันมะกอกหมดไปหนึ่งขวด ซอสมะเขือเทศหมดไปหนึ่งขวด น้ำมันหอยอีกหนึ่งขวด น้ำมันพืชหนึ่งขวด เนยสดหมดไปแล้ว 2 ก้อน แยมหนึ่งขวดใหญ่ นมผง 3 ถุงรวม 2.1 กก. ขนมปังซื้อสัปดาห์ละ 3 แถว ซีเรียล 1 กก. (ผมทานคนเดียว) มายองเนส 2 ขวด สำหรับผมแล้วเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ หากอยู่ที่บ้านกรุงเทพฯ ปีหนึ่งผมใช้น้ำมันพืชไม่เกิน 2 ขวด ปีหนึ่งผมทานแยมขวดกลางเพียง 2-3 ขวดเท่านั้น ผมไปตลาดสดสัปดาห์ละ 3 วัน เป็นตลาดท้องถิ่น และไปตลาดสดในเมืองกับห้างบิ๊กซีทุกวันอาทิตย์ น้ำหนักตัวผมไม่เปลี่ยนแปลง อาจเป็นเพราะผมนั่งทำงานในออฟฟิศน้อยมาก แต่เดินและใช้แรงทุกวัน
สปาเกตตีง่ายๆอีกจานหนึ่ง เกิดจากผมไปซื้อเส้นสปาเกตตี เขาแถมซอสคานาโบร่า canabora มาให้ด้วย เป็นซอสเห็ดซึ่งมีสีขาว ผมไปเดินตลาดสดเห็นว่าเขาขายปลาสวายเนื้อหนาน่ารับประทาน ชาวบ้านนำเห็ดถุงใหญ่มาขาย ทราบมาว่าเป็นเห็ดมะม่วง คงขึ้นอยู่บนต้นมะม่วงกระมัง ผมซื้อมาพร้อมกับใบแมงลักอีกหนึ่งกำใหญ่ กว่าผมจะเลิกงานตอนหกโมงเย็น กลับมาถึงบ้านรีบต้มเส้นสปาเกตตี ระหว่างนั้นนำซอสพรีโก คานาโบร่ามาเปิดออกดู เห็นซอสข้นสีขาวอัดแน่นอยู่ข้างใน จัดแจงคว่ำกระป๋องเคาะออกมาลงหม้อ ผมได้หม้อเคลือบสีขาวข้างนอกเป็นสีน้ำเงินจากตลาดมาหลายวันก่อน แทบไม่เห็นหม้อเคลือบแบบนี้ในกรุงเทพฯจึงได้ซื้อไว้หนึ่งใบ ใช้นมสดครึ่งแก้วลงไปล้างซอสข้นออกมาจากกระป๋อง เทโยเกิร์ตหนึ่งถ้วยตามลงไป ใส่เห็ดที่ล้างไว้แล้ว ส่วนใบแมงลักล้างเสร็จเรียบร้อย ผมเด็ดเอาเฉพาะใบมาสับพอหยาบ นำใส่ลงไปผสมในหม้อ ผมเข้าใจว่าในตู้เย็นนังมีหอมหัวใหญ่เหลืออยู่อีกหนึ่งหัว หาเท่าใดก็ไม่เจอ ไม่ใส่ก็ได้!! รื้อดูในตะกร้ามีกระเทียมกลีบใหญ่อยู่ครึ่งถุง แกะกระเทียมขึ้นมา 10 กลีบ นำมาทุบและสับหยาบใส่ลงหม้อและยกตั้งไฟปานกลาง
นำปลาสวายก้อนครึ่งกิโลกรัมมาจัดการแล่เอาแต่เนื้อ ดูแล้วน้อยเกินจึงได้นำไส้กรอกบราทเวอร์สของ TGM มาหั่นเติมลงไปในหม้อ 2 ชิ้น ตามด้วยน้ำมันมะกอกหนึ่งช้อนโต๊ะ ใบออริกาโนแห้งครึ่งช้อนโต๊ะ หมั่นคนเพื่อไม่ให้ซอสไหม้ติดก้นหม้อ เพียงพักใหญ่เนื้อปลาก็สุกขาว จึงได้ยกลงจากเตา
นำเส้นสปาเกตตีที่ลวกไว้พอสุกนำมาเคล้ากับน้ำมันมะกอก และจัดใส่จาน ตักซอสร้อนลงบนเส้น โรยด้วยพาร์มีซานชีสและใบออริกาโนแห้ง เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทาน หนึ่งทุ่มตรงอันเป็นเวลาทานข้าวของที่บ้าน สปาเกตตีจานนี้เสร็จพอดี ส่วนหน้าตามันเป็นอย่างไร พอดีผมบันทึกภาพเก็บไว้ได้ก่อนที่มันจะหายเข้าท้องผมหมดไปภายในเวลาอันรวดเร็ว เผ็ดกระเทียม แต่หอมใบแมงลักชะมัดเลยครับ อย่างน้อยกระเทียมก็ช่วยดับคาวปลาไปไม่น้อย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น