วันพุธ, กรกฎาคม 18, 2555

Life is tough?

Life is toug้h, isn't it? นั่นไม่เป็นความจริง

PS: unknown figure from social network.


ฝันให้ไกลเกินระดับสายตา  มากกว่าอะไรที่แค่คว้าได้ข้างหน้า

เมื่อตั้งเป้าแล้ว มองที่เป้าหมาย   อะไรที่คิดว่ายากเกิน ทำให้หมดกำลังใจ ให้ตั้งเป้าเป็นหลายระดับ เพื่อที่เราจะไต่ขึ้นไปทีละระดับอย่างมั่นใจ

หนทางแค่บอกว่าเราผ่านอะไร  สิ่งใดเป็นความน่ายินดี สิ่งใดเป็นอุปสรรคที่ควรหลีกหนี  เก็บความน่ายินดีเป็นกำไรของชีวิต เป็นกำลงัใจเพื่อไปถึงเป้าหมายอันต่อๆไป

แค่ประมาณด้วยสายตาบอกไม่ได้ ตราบเท่าที่ยังไม่เคยลองด้วยตัวเราเองจนสุดกำลัง   มีคนนับล้านๆผ่านสิ่งที่เราคิดว่ายากเย็นล่วงหน้าไปก่อนเราเสียอีก

หากไม่ออกไปโต้คลื่น จะรู้วิธีเอาตัวรอดจากคลื่นลูกแรกได้อย่างไร คลื่นที่มาในวันนี้ยังลูกเล็กกว่าคลื่นที่กำลังทยอยเข้ามา  ชีวิตก็ไม่ต่างจากการโต้คลื่น  ถ้าก้าวแรกก็ท้อเสียแล้ว ชีวิตส่วนที่เหลือคือขาลง  มีแต่ปลาเป็นเท่านั้นที่ว่ายทวนน้ำ  มันจะไหลไปตามน้ำก็ต่อเมื่อมันหมดลม

ความรู้ทำให้คนองอาจ ประสพการณ์ทำให้คนตัดสินใจไม่พลาด

โอกาสของแต่ละคนไม่เท่ากัน  เมื่อมาแล้วอยู่ที่เราจะฉวยหรือปล่อยมันหลุดมือ และจะทำให้มันกลายเป็นของคุ้นเคยเกิดประโยชนืกับตัวเองหรือปล่อยมันเป็นวิกฤตของชีวิต  โอกาสอาจมาแค่ครั้งเดียวและไม่หวนกลับมาอีกเลยก็เป็นได้

ต้นทุนชีวิตมาจากพ่อแม่สร้างไว้ให้ส่วนหนึ่ง ตนเองขวนขวายส่วนหนึ่ง  คนที่มีต้นทุนชีวิตมาก โอกาสที่จะเลือกเส้นทางเบื้องหน้ามีมากกว่าคนที่ไม่มีต้นทุนอะไรสักอย่าง

ความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดา  เพราะหลายครั้งเรามีเป้าหมายแต่เราเลือกทางเดินผิด  เขาออกแบบรถให้เลี้ยวซ้ายขวาได้เพื่อเปลี่ยนทิศทางในเส้นทางใหม่  แม้จะเจอทางตันก็ยังมีเกียร์ถอยไว้ให้  สุดท้ายแล้วก็ยังถึงเป้าหมายเหมือนกัน


คนคือมนุษย์ที่พัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจ  ให้มีความสัมพันธ์และความรับผิดชอบต่อสังคม  เพราะเราต่างมีชีวิตเพื่อกันและกัน  ความหมายของการมีชีวิตอยู่จะหายไปทันทีถ้าเราเกิดมาเพื่อตัวเราเองคนเดียว  ค่าของคนอยู่ที่คนๆนั้นทำอะไรเพื่อใคร ไม่ใช่เพื่อตัวเองอย่างเดียว


ภาพของเด็กคนนี้ยิ้มอย่างร่าเริง  ขาเทียมคู่เล็กๆ 4-5 คู่บอกให้รู้ว่าตั้งแต่คลานจนหัดเดินเขาผ่านอะไรมาบ้าง  แน่นอนว่าเขาทำไม่ได้แต่ลำพัง  พ่อแม่และคนในครอบครัวมีส่วนร่วมในก้าวแรกและก้าวต่อๆไปของเขาอย่างแน่นอน  ถ้าเขาไม่หัดก้าว ไม่ได้คุ้นเคยกับการล้ม ไม่มีใครคอยให้กำลังใจและปลอบโยน เขาคงต้องคลานไปตลอดชีวิต   คนที่มองโลกในแง่ลบมักพูดว่า ชีวิตหนึ่งเกิดมาแสนรันทด ไม่ง่ายดายอย่างที่คิด (life is tough not ease) แต่คนที่มองโลกในแง่บวก ชีวิตคืออนิจจัง ทุกอย่างภายใต้ดวงอาทิตย์นี้คืออนิจจัง  อย่าไปยึดติด เราสามารถมีความสุขกับการหนทางที่เดินไปข้างหน้า    พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า "อย่ากระวนกระวายกับชีวิตว่าจะเอาอะไรกิน อะไรดื่ม เอาอะไรมานุ่งห่ม  นกในอากาศไม่ต้องหว่านข้าว ไม่ต้องเก็บเกี่ยว มันก็ยังอยู่ได้  จะกังวลไปกับวันพรุ่งนี้ที่ยังมาไม่ถึงทำไม เพราะพรุ่งนี้ก็มีเรื่องกังวลของวันพรุ่งนี้มากพออยู่แล้ว"  ตั้งใจทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ละวันก็มีเป้าหมายของตัวมันเองอยู่แล้ว   


“เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์” (โรม 8:28) 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น