ผมไปเลือกซื้อหนังแผ่นมาหลายเรื่อง มีอยู่แผ่นหนึ่งสะดุดตาเป็นภาพเด็กสองคนกับเครื่องดนตรีกีตาร์และแอคคอร์เดียน เมื่อพลิกดูรายละเอียดจึงเห็นว่าเป็นภาพยนต์ของบราซิล
ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนต์ต่างประเทศ หนังแผ่นดังกล่าวอยู่กับผมมาหลายเดือน เพิ่งจะมีโอกาสเปิดดูเมื่อไม่นานมานี้ เขาสร้างจากอัตชีวประวัติของนักร้องคู่พี่น้องชาวบราซิล เซเซ ดี คามาร์โก และลูเซียอาโน (Zezé
di Camargo and Luciano) ภาพยนต์เรื่องนี้สร้างเป็นภาษาโปรตุเกสชื่อ
ดอยส์ ฟีลูส์ เดอ ฟรันซีสโก (2 Filhos de Francisco) หรือ Two sons
of Francisco
ภาพยนต์เริ่มเล่าเรื่องย้อนไปในปี 1962
เมื่อฟรันซิสโก (Francisco)ผู้พ่อเริ่มสร้างครอบครัวในบ้านไร่ชนบทห่างไกลตอนกลางของประเทศบราซิลเมือง
โกยาส (Goiás)
เขาทำงานหนัก แต่พ่อเป็นคนทันสมัยหัวก้าวหน้า
เขารับฟังข่าวสารจากวิทยุเครื่องเก่าๆที่รับสัญญาณได้บ้างไม่ได้บ้าง -พ่ออยากให้ลูกมีความรู้ได้เรียนหนังสือ จึงได้วางแผนทำโรงเรียนขึ้นในบ้านของตัวเอง
วันหนึ่ง เขาซื้อหีบเพลงปากให้ลูกชาย
เด็กชายเป่าเล่นแก้เหงาชนิดที่ไม่เป็นเพลงสร้างความอึดอัดใจให้ไม่น้อย แต่แล้ววันหนึ่งมันก็เกิดเป็นเพลงขึ้นมา พ่อดีใจมาก
นำเงินที่เก็บหอมรอมริบไว้
กับพืชผลและของติดตัวไปแลกเครื่องดนตรีมาให้ลูก
คนในตลาดต่างหัวเราะว่าเขาทำอะไรโง่ๆอย่างนั้น เครื่องดนตรีที่แลกมามีแอคคอร์เดียน
และกีตาร์โปร่งอย่างละหนึ่งตัว
แอคคอร์เดียนส่งให้ลูกชายคนโตคือ มิโร-สมา
(Mirosmar) ส่วนกีตาร์ส่งให้ลูกชายคนที่สอง เอ็มมิฟัล (Emival) เอ็มมิฟัลดูไม่สบอารมณ์นักเพราะอยากได้ลูกบอลมากกว่า เครื่องดนตรีก็มีแล้ว แต่ไม่มีครู พ่อพามิโรสมาไปงานฉลองในเมืองเพื่อไปดูวงเล่นดนตรี
มิโรสมาได้เรียนรู้การเคาะจังหวะเบื้องต้นจากนักดนตรีที่นั่นเพียงชั่วเวลาพักครู่หนึ่งเท่านั้น
ในที่สุดครอบครัวฟรานซิสโกต้องอพยพออกจากบ้านไร่
เขาจนกรอบจนถูกขับไล่เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า พวกเขาพ่อแม่และลูกอีก 5
ชีวิตย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง
พ่อรับจ้างเป็นกรรมกรก่อสร้าง
น้องคนหนึ่งของเขาป่วยเป็นโปลิโอ
บ้านที่อยู่คือบ้านผุๆพังๆหลังคารั่ว เมื่อไม่มีอาหารรับประทาน
มิโรสมาชวนเอ็มมิฟัลออกไปร้องเพลงหาเงินกับแอคคอร์เดียนที่สถานีขนส่ง
วันนั้นเขาพบกับพ่อค้าเร่กระเป๋าแห้งคนหนึ่ง พ่อค้าเร่ขอตัวสองพี่น้องไปร่อนเร่เปิดการแสดงโดยอ้างว่าเขารู้จักค่ายเพลง
สามารถปั้นให้สองพี่น้องให้ดังได้ จากสัปดาห์เป็นเดือน
จากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง
กระเป๋าของพ่อค้าตุงแน่นด้วยเงินแต่เด็กสองคนได้ส่วนแบ่งเพียงน้อยนิด และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
รถเกิดอุบัติเหตุ เอ็มมิฟัล เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนั้น นำเอาความโศกเศร้ามาสู่ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง
มิโรสมาโตเป็นหนุ่ม เขาใช้ชื่อเซเซ ดี คามาร์โก หาเลี้ยงชีพด้วยการร้องเพลงและเล่นดนตรีตามคลับ ฐานะในครอบครัวฟรันซิสโกดีขึ้น มิโรสมาได้พบรักและแต่งงาน เขาทั้งสองย้ายไปอยู่ลิโอเดอจาเนโร
มิโรสมาอัดแผ่นเสียงแต่เพลงขอเขาติดอันดับอยู่เพียงไม่นาน และเริ่มตกต่ำ มิโรสมามีน้องชายคนหนึ่งชื่อ เวลซุน Welson เวลซุนในวัยเด็กชื่นชมพี่ชายของเขาเป็นอย่างมาก
มักหลบเข้าไปดูพี่ชายร้องเพลงในคลับเสมอ
เวลชุนเป็นพ่อตั้งแต่ยังวัยรุ่นและชีวิตครอบครัวไปไม่รอด เมื่อเขาไปไปอยู่กับมิโรสมา สองคนพี่น้องจึงสานฝันร้องเพลงด้วยกัน
ใช้ชื่อว่า เซเซ ดี คามาร์โก และลูเชียอาโน
พวกเขาบันทึกเทปและนำไปเสนอให้ค่ายเพลงต่างๆ แต่ไม่มีใครสนใจ ฟรันซิสโกนำเทปบันทึกเสียงไปฝากสถานีท้องถิ่นให้เปิดเพลงของลูก เขาโทรศัพท์ไปขอเพลง รวมทั้งขอร้องแกมบังคับ
และแจกเงินให้คนรู้จักโทรศัพท์ไปขอเพลงกับทางสถานีจนเพลงของสองพี่น้องติดชาร์ทเป็นที่รู้จัก เซเซ ดี คามาร์โก และลูเซียอาโน เป็นที่รู้จักนับแต่นั้นและโด่งดังเป็นที่นิยมตั้งแต่ปี
1991 ในฐานะนักร้องเพลงคันทรียอดนิยมของชาวบราซิล
ไม่แน่ว่าโอลิมปิคในอีกสี่ปีข้างหน้าเราอาจได้ยินเสียงของพี่น้องคู่นี้ก็เป็นได้
ฟรันซิสโกเป็นพ่อประเภทที่มองการณ์ไกล เขาวางแผน
สนับสนุน ส่งเสริมและผลักดันลูกทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกมีวิชาติดตัว พลิกชีวิตจากคนหาเช้ากินค่ำให้มีฐานะมั่นคง คนยากจนที่แทบอ่านหนังสือไม่ออกอย่างฟรันซิสโกกลับมีความคิดที่จะเปิดดรงเรียนในบ้านให้ลูกได้มีโอกาสเล่าเรียน เขาใช้เงินทองลงทุนเครื่องดนตรีให้กับลุก
คนทั้งเมืองหัวเราะเยาะว่าคนที่แทบไม่มีสมบัติอะไรกลับมาแลกเอาเครื่องดนตรี
ลูกของฟรันซิสโกเติบโตมากับเครื่องดนตรีในขณะที่เด็กอื่นโตมากับฟุตบอล
ผมเกิดคำถามในใจว่าฟรันซิสโกเห็นอะไรในสิ่งที่คนบราซิลขระนั้นไม่เห็น
ฟรันซิสโกถามลูกว่าลูกอยากเป็นกรรมกรอย่างพ่อไปตลอดชีวิตหรือ
นั่นทำให้มิโรสมาหันกลับมาเอาจริงเอาจังกับดนตรีอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่น้องชายของเขาประสพอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิต ฟรันซิสโกเป็นพ่อนักการตลาด ในเมื่อค่ายเพลงไม่สนับสนุน
เขาทำตัวเป็นคนทำตลาดและสร้างโอกาสให้ลูกเอง
นอกจากความสนุกสนานและการต่อสู้แล้ว ภาพยนต์เรื่องนี้ยังมีมุมกล้องและภาพที่สวยงามของชนบทบราซิล เป็นภาพยนต์ที่สนุกสนาน มีสาระ เพลงไพเราะ ไม่น่าพลาดเรื่องหนึ่ง
ภาพยนต์เรื่องนี้สร้างและออกฉายครั้งแรกในปี
2005 อำนวยการสร้างโดย เบรียโน ซิลเฟย์ดะ (Breno Silveira) อันชิโลอันทัวนิโอ (Ângelo Antônio)
แสดงเป็นฟรันซิสโก จึรา ไปส์ Dira
Paes รับบทเป็นเอลีนา ผู้แม่
เซเซ ดี คามาร์โก รับบทโดย มาร์สุ
เคียลิงจิ (Márcio Kieling) ดาราเด็กสองคน ได้แก่
ดาบลี มอเดดะ (Dablio Moreira) รับบทเป็นมิโรสมา และ มาร์คุส
อินฮีคิ (Marcos Henrique) แสดงเป็นเอ็มมิฟัล เชียโก
เมนโตซา (Thiago Mendonça) แสดงเป็นเวลซุนในวัยหนุ่ม

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น