วันพุธ, พฤษภาคม 23, 2555

AF-S DX Micro Nikkor 85mm f3.5G VR



นิคอนประกาศออกเลนส์มาโครรุ่นประหยัด AF-S DX Micro Nikkor 85mm f3.5G VR  เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2009  หลังจากที่ก่อนหน้านั้นได้ออกเลนส์  Micro Nikkor 60mm. f/2.8 มาสองรุ่นที่ใช้ได้กับกล้องระบบฟูลเฟรมและกล้องเซ็นเซอร์ APS-C แต่ไม่มีระบบชดเชยการสั่น และไม่มีมอเตอร์โฟกัสบนกระบอกเลนซ์  อนึ่ง นิคอนเรียกชื่อเลนซ์ถ่ายภาพระยะใกล้หรือมาโครว่าไมโคร micro อันหมายถึงพื้นที่จุดเล็กๆที่ต้องการบันทึกให้เด่นชัด เลนส์มาโคร 85 มม.ดังกล่าวมีข้อที่ได้เปรียบรุ่นเดิมคือ มีมอเตอร์ขับเคลื่อนโฟกัส SWM  ทำให้ใช้งานได้กับกล้องรุ่นเล็กที่ไม่มีมอเตอร์ขับเคลื่อนโฟกัส   รหัส DX ระบุว่าเลนซ์มาโครรุ่นนี้ใช้กับกล้องที่มีเซ็นเซอร์แบบ APS-C  เทียบเท่าทางยาวโฟกัส 127.5มม. ซึ่งมีระยะห่างจากวัตถุพอสมควรเหมาะกับการถ่ายภาพสัตว์และแมลง   และสามารถใช้เลนซ์ดังกล่าวในการถ่ายภาพทั่วไปและภาพบุคคลได้อย่างคมชัดมาก  ขนาดทางยาวโฟกัส 85มม. เปิดมุมมอง  18°50′  มีขนาดหน้าเลนซ์เพียง 52 มม. ตัวกระบอกเลนซ์ขนาดกระทัดรัด 73 x 98.5 มม.  และมีน้ำหนักเบาเพียง 355 ก.  ใช้ร่วมกับฮูดบังแสงรูปถ้วย HB-37โครงสร้างกระบอกเลนซ์เป็นพลาสติก วงแหวนยางโฟกัสกระชับมือ  ความเบาของกระบอกเลนซ์ทำให้รู้สึกบอบบางขาดน้ำหนักมือเมื่อเปรียบเทียบกับเลนซ์มาโครระดับอาชีพ  บนกระบอกเลนซ์มีสวทิซ์ให้เลือกโฟกัสเป็นสองระบบคือ โฟกัสอัตดนมัติร่วมกับหัตถกิจ และใช้หัตถกิจล้วน  สวิทซ์อีกแห่งหนึ่งสำหรับเลือกการเปิดหรือปิดระบบชดเชยการสั่นไหว  

นิคอนออกแบบเลนส์มาโคร 85มม. f3.5 โดยจัดแบ่งชิ้นเลนซ์จำนวน 14 ชิ้นเป็น 10 กลุ่ม  มีชิ้นเลนซ์หนึ่งชิ้นที่เป็นเกรด ED extra dispersion  เป็นผลให้ภาพที่ได้มีคอนทราสต์ดี  และลดความคลาดสี    การโฟกัสเป็นการเคลื่อนชิ้นเลนซ์ภายในกระบอก IF internal focus ทำให้หน้ากระบอกเลนซ์ไม่ยืดออก หน้าเลนซ์ไม่หมุน   ลักษณะกระบอกเลนซ์ที่ไม่ยืดออกเมื่อถ่ายในระยะใกล้จึงลดการสั่นไหวได้ในระดับหนึ่ง   สามารถปรับโฟกัสใกล้สุดที่ระยะวัตถุเพียง 28 ซม. โดยให้อัตราส่วนขยายเท่าวัตถุ 1:1   การจัดเรียงไดอะแฟรมจำนวน 9 ใบ ทำให้รูรับแสงมีลักษณะกลม   แบคกราวน์ของภาพที่ได้เป็นลวดลายสวยงามแยกออกจากตัวแบบที่คมชัด  รูรับแสงกว้างสุด f3.5 และแคบสุดที่ f32   ระบบVR ที่ติดตั้งในเลนส์ตัวนี้เป็นรุ่นที่พัฒนาใหม่ (VR II) นิคอนอ้างว่าสามารถลดการสั่นไหวลงไปได้ถึง 4 สตอป ในขณะที่บา งการทดสอบกล่าวว่าลดการสั่นไหวลงไปได้ประมาณ 3 สตอป 

ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการต่างประเทศ ระบุว่ามีการบิดเบือนของภาพแบบโค้งเข้าต่ำมาก (-0.6%)  มีอาการมืดที่ขอบภาพสูงต่างจากกลางภาพถึงหนึ่งสตอป  หากปรับรูรับแสงให้แคบลงอาการขอบมืดจะลงตามลำดับจนเป็นปกติตั้งแต่ f5.6 เป็นต้นไป   มีความคมชัดที่กลางภาพชนิดดีเยี่ยม มีกำลังแยกเส้นสูง high resolution  ส่วนขอบและที่มุมให้ความคมชัดสูงในระดับดีมากตั้งแต่รูรับแสงกว้างสุดที่ f3.5 ไปถึง f16  รูรับแสงที่แคบกว่านี้ความคมชัดที่กลางภาพจะลดลงที่ระดับดีมาก  พบว่าความคลาดสี color aberrations CAs  ที่ขอบภาพในระดับต่ำๆเพียง 0.4-0.5 พิกเซลเท่านั้น   สำหรับนักวิจารณ์เช่น เคนรอกเวลล์ ให้คะแนนเลนซ์ตัวนี้ต่ำมากโดยเฉพาะคะแนนทางออพติคแม้ว่าคะแนนความคมชัดสูงเยี่ยม คะแนนความคลาดสีเต็ม แต่เขากลับให้คะแนนทางออพติคเพียงสามจากห้าดาวเท่านั้น  และตำหนิว่าเป็นเลนซ์ที่ผลิตในจีนซึ่งไม่น่าเชื่อถือเรื่องคุณภาพ ไม่ดีเท่าเลนซ์นอกค่ายเช่นโตคินา 100มม.  f2.8 macro

ราคาจำหน่ายเมื่อออกสู่ตลาดในระยะแรกประมาณ 24,000  บาท ราคาจำหน่ายของศูนย์ในประเทศอยู่ที่ 19,900 บาท และราคาแลกเปลี่ยนในตลาดมือสองอยู่ที่ 12,000 บาท

D5100, ISO200, f3.5, AWB, spot


ผมเพิ่งคิดจะหัดถ่ายภาพมาโครเมื่อจะขึ้นไปภูกระดึงในเดือนพฤษภาคม  ทราบมาว่ามีดอกไม้หลายชนิดบาน ได้แก่หม้อข้าวหม้อแกง กระเจียว ดอกกระดุมเงิน ฯลฯ  ภาพที่ได้จากเลนซ์ตัวนี้มีสีสดอิ่ม  ระยะชัดลึกอยู่ในช่วงแคบๆเมื่อเปิดรูรับแสงกว้างและมีระยะวัตถุไม่มาก  ภาพที่ได้มีฉากหลังที่สวยงาม  โบเก้ไม่รกตาเมื่อเปิดรูรับแสงกว้าง และตัวแบบชัดเจนโดดเด่นจากฉากหลัง  ภาพที่ระยะอินฟินิตี และรูรับแสงแคบเช่นที่ f11 มีความคมชัดมาก    ระบบVR ทำงานได้ดีเมื่อถือถ่ายภาพในระยะไกลในสภาพแสงน้อย  ระบบVR ไม่ช่วยในการถ่ายภาพระยะใกล้ เพราะต้องปิดระบบVR เมื่อบันทึกภาพบนขาตั้งกล้อง  เนื่องจากมีระยะชัดลึกแคบๆทำให้การถือกล้องถ่ายภาพมาโครหลุดตำแหน่งโฟกัสได้ง่าย กล้องเคลื่อนที่ในแนวแกน Z ขณะที่ระบบVR ทำงานในแนวนอนและแนวตั้ง (แกน x และ y)  

D5100, ISO200, f4.0, AWB, spot
D5100, ISO200, f5.7, AWB, spot
D5100, ISO200, f3.5, AWB, spot
  

เอกสารอ้างอิง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น