วันพุธ, ตุลาคม 24, 2555

เครื่องเสียงไฮไฟ


วันเสาร์ที่แล้วผมไปเดินหาชุดลำโพงชุดเล็กราคาไม่เกิน 1,300 บาท คิดว่าจะใช้เอาไปใช้เป็นเครื่องเสียงเวลาดูหนัง  ขอให้แค่มีเสียง  เพราะที่บ้านผมมีชุดโฮมเธียเตอร์แล้วสองชุด  แต่เครื่องเล่นแผ่น CD player ที่ติดมากับแอมปลิฟลายเออร์ทั้งสองเครื่องเสียไป ไม่มีอะหลั่ยซ่อมไม่ได้  ทุกวันนี้ผมซื้อเครื่องเล่นแผ่นราคาถูกประมาณ 1,000 บาทมาต่อเพื่อใช้ดูหนังฟังเพลง  เครื่องที่ใช้ฟังเพลงผมนำเอาลำโพงเล็กออกแต่ใช้ลำโพงสามทางคู่ใหญ่ของโซนีมาต่อไว้แทน  ลำโพงโซนีคู่นี้ให้เสียงแน่นกว่าลำโพงจิ๋ว  เป็นส่วนของลำโพงชุดคอมโบเมื่อ 20 ปีที่แล้ว  ตัวเครื่องเล่นแผ่นเสียไปแล้ว  เครื่องเล่นเทปคู่ก็เสียติดๆดับๆ  เพราะผมมีทีวีทุกห้องนี่เองทำให้เครื่องเสียงไม่พอและผมเบื่อที่จะถอดยกขึ้นยกลงเลยเป็นที่มาของความสนใจใหม่

หลังจากที่เดินดูเครื่องเสียงอยู่พักหนึ่งที่พันทิพ  ผมจึงทราบว่าในตลาดเขามีเครื่องเสียงแบบ 2 แชแนลและ 5 แชแนล  ผมถามเด็กว่ามันต่างกันอย่างไร  เครื่องสองแชแนลมีช่องให้ต่อลำโพงสองตัว บนเครื่องขยายจะทำช่องลมเบสส์พอร์ตมาให้ด้วย  ส่วนเครื่องห้าแชแนล มีช่องต่อลำโพง 5 ตัว  คือลำโพงกลาง ลำโพงซ้ายขวาคู่หน้าและคู่หลัง  และช่องซับวูฟเฟอร์ที่มาบนตู้เครื่องขยาย  เด็กคนขายเชียร์ผมว่าเอาห้าไปเลยพี่ จะได้พร้อมดูหนังฟังเพลงไปเลย         สนนราคาสองแชแนลตัวเล็กเพียง 600 บาท  ตัวห้าแชแนลมีตั้งแต่ 2,200-6,500 บาท  เด็กยังสำทับเพิ่มอีกถ้าพี่จะฟังเพลงเอารุ่นใหญ่ไปเลยมันจะได้สุดๆไม่คาใจ  พร้อมกันนั้นเด็กคนขายรีบกุลีกุจอต่อลำโพงเปิดเสียงหมอลำให้ผมฟังทันที  เสียงเบสเพลงหมอลำกระหึ่มกระทุ้งโสตประสาทผมทำเอาจังหวะหัวใจเต้นตูมตามไปกับดนตรี   แต่ตัวเองนึกไม่ออกขึ้นมาว่าเราต้องการอะไร  ตกลงใจว่ากลับบ้านไปตั้งหลักนึกอีกรอบก่อน  ในเมื่อเรามีโฮมเธียเตอร์แล้วสองชุดจะมาซื้ออีกชุดไปทำไม  เราย้ายชุดหนึ่งเข้าไปในห้องหลักก็จบเรื่องแล้ว  ส่วนจะฟังเพลงฟังจากตู้ลำโพงสามทางก็ใช้ได้  ลำโพงสามทางมันครอบคลุมทุกย่านความถี่ 40-25kHzอยู่แล้ว  ในระหว่างสัปดาห์สิ่งที่เด็กสาวคนขาย (อย่างมากก็จบมัธยมปลาย) บอกผมเรื่องสองแชแนล ห้าแชแนล ทำให้ผมเกิดตะหงิดใจขึ้นมาเปิดหาข้อมูลทันที  ผมอ่านเรื่องลำโพงและย่านความถี่ของมัน  ประเภทของลำโพง  การขับเสียงของลำโพงที่ต้องอาศัยภาคขยายหรือแอมปลิฟลายเออร์ การถ่ายทอดสัญญาณจากเครื่องเล่น  พบว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน  เครื่องเสียงที่ดีต้องดีทั้งเครื่องเล่น ภาคขยาย และลำโพงเสียง  เรื่องมันพาเข้าไปถึงบทไฮไฟ hi-fi ซึ่งหมายถึงมีความน่าเชื่อถือสูง หรือ high fidelity  และเขาพูดถึงเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์  จากเรื่องราวของการออกแบบลำโพงที่เดิมผมรู้ว่ามีกรวยกระดาษเป็นตัวสั่นสะเทือนให้เกิดเสียง  ปัจจุบันมีการพัฒนาไปสู่ไวนิล vinyl และวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ ร่วมกับการใช้เซรามิกและการผสมโลหะและอัลลอยด์ของโลหะลงไปเพื่อให้คลื่นเสียงบางความถี่มีความเด่นชัดขึ้นมา ร่วมกับการออกแบบกรวยและตัวโดม  รวมถึงลักษณะรูปทรงของตู้ลำโพง  วัสดุที่ใช้ทำตู้  การเลือกตำแหน่งเจาะ bass port เหล่านี้ล้วนมีผลต่อเสียงของลำโพงชนิดนั้น  ทำให้ลำโพงแต่ละยี่ห้อมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง สุขุม นุ่ม ดุดัน  วิศวกรรมของการกระจายเสียง  การผลักอากาศ ตำแหน่งการตั้งของลำโพงแต่ละแบบกับขนาดของห้องล้วนเกี่ยวพันกันทั้งสิ้น  เป็นศาสตร์ที่ผมน่าจะหาความรู้ให้มากกว่าการค้นอย่างฉาบฉวยในหน้าอินเตอร์เนต   สำหรับภาคขยายเสียงแอมป์หลอดยังมีบทบาทเป็นอย่างมากร่วมกับทรานซิสเตอร์ และวงจรไฟฟ้า เป็นวิศวกรรมอิเลคทรอนิคซ์การออกแบบอีกแขนงหนึ่ง  ทำอย่างไรให้การขยายสัญญาณตรงตามความเป็นจริงจากที่ได้รับมาเป็นเรื่องที่หนึ่ง  และเนื่องจากเป็นการขยายสัญญาณเพื่อความบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการรับฟังดนตรี  การขยายสัญญาณและเปลี่ยนเป็นเสียงยังเกี่ยวข้องกับการทำให้เกินจริง  เสียงเบสขับได้ลึกกว่าความเป็นจริง  เพิ่มเสียงช่วงกลางเพื่อให้ได้ยินเสียงและคำร้องชัด  หรือมีการทอดเสียงในช่วงเสียงสูงออกไปเล็กน้อยให้พริ้วไม่กระด้างหู  ปัจจุบันภาคขยายล้วนทำได้หมด  จากตรงตามความเป็นจริงกลายเป็นประดิษฐ์ให้พึงพอใจ  ส่วนภาคเครื่องเล่นคงไม่ใช่เครื่องละ 1000 บาทอย่างที่ผมฟังอยู่  แต่เขาคำนึงถึงการดึงเสียงทุกย่านความถี่ออกมาให้ครบจากสื่อเสียงโดยเฉพาะแผ่นดิจิตัลในยุคนี้  เราคงไม่สามารถจบอยู่เพียงเครื่องมือไม่กี่ชิ้นนี้  ยังมีตัวเชื่อมต่อสัญญาณไฟฟ้าอีก 2 ตำแหน่งคือตัวส่งสัญญาณจากเครื่องอ่าน (ในที่นี่คือ CD player)  และตัวส่งสัญญาณไฟฟ้าจากภาคขยายไปลำโพงเพื่อแปลงเป็นคลื่นเสียง  สายทั้งสองชนิดนี้ทำรายได้มหาศาลให้กับบริษัทฯอิเลคทรอนิคซ์  มันเป็นสายอะไรก็ได้ที่ส่งสัญญาณ 0 1 แต่คุณภาพของสัญญาณเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงหากเปลี่ยนชนิดของวัสดุที่ใช้  ความรู้ทางวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมอิเลคทรอนิคซ์ตอบโจทย์ว่าจะลดสัญญาณรบกวน noise ต่างๆที่เกิดจากความร้อน คลื่นแม่เหล็ก ฯลฯ ให้มากที่สุดได้อย่างไร  คุณภาพของเสียงที่เป็นผลลัพธ์สุดท้ายจึงขึ้นกับตัวแปรนี้ด้วย   อุปกรณ์หลักสี่ชิ้นนี้จึงทำให้เครื่องเสียงมีราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทไปจนถึงหลักล้านได้อย่างง่ายดาย  ภาคขยายที่ขายกันทั่วๆไปในระดับเริ่มต้นเพื่อความบันเทิงภายในบ้านอยู่ที่หลักหมื่นขึ้นไปจนเกือบแตะหลักแสน  ลำโพงเล็กๆรุ่นประหยัดสำหรับระดับไฮไฟมีราคาคู่ละตั้งแต่ปลายหลักพันไปจนถึงหลายแสนบาท    หากไม่ใช่ระดับทั่วๆไปมีราคาอยู่ในหลักล้านบาทให้เลือกซื้อ  สายสัญญาณที่ใช้กันมีราคาตั้งแต่เส้นละสองพันกว่าบาทขึ้นไปจนถึงครึ่งล้านบาท  นับว่าจะเป็นนักฟังระดับไฮเอนด์นี่นอกจากต้องหูถึงแล้วหรือถึงไม่ถึงไม่เป็นไรแต่ต้องมีสตางค์และยังต้องมีความฉลาดเลือกอีกด้วย   พออ่านเสร็จเรียบร้อย  ผมเกิดอยากรู้ขึ้นมาว่าไฮเอนด์นี่มันขนาดไหนกันนะ  จัดแจงเข้าไปดูข้อมูลเครื่องเสียงไฮเอนด์ระดับเริ่มต้นทันที  เขาวิพากษ์กันในอย่างไรในบ้านเรา  นักวิจารณ์ทั้งไทยและเทศพูดว่าอย่างไร  สถาบันเครื่องเสียงเขาจัดอันดับกันอย่างไร    สรุปสุดท้าย ผมเชื่อที่คนฟังจริงๆกลุ่มหนึ่งที่บอกเล่าว่า ฟังด้วยตัวเองดีที่สุด เพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกันแม้จะฟังเพลงประเภทเดียวกันก็ยังชอบการปรุงแต่ง ได้แก่ ปรับความดังความค่อย ปรับย่านความถี่เสียงทุ้มเสียงแหลมไม่เหมือนกัน  เขาแนะนำว่าให้เลือกลำโพงก่อนแล้วหาแอมป์ให้เข้ากับลำโพง  ไม่ก็เลือกแอมป์ก่อนแล้วหาลำโพงให้เข้ากับแอมป์  เวลาเลือกให้นำแผ่นซีดีเพลงที่ตัวเองชอบไปฟังเอง




เช้าวันเสาร์ถัดมา ผมรีบลุกขึ้นมาเลือกเพลงแต่เช้า เปิดเครื่องเสียงค่อนข้างดังเพื่อฟังเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น   ผมเลือกแผ่นของ Mozart: Exsulate Jubilate KV165 : Tu virginum corona และ Alleluja, alleluja  เพื่อจะฟังเสียงขับร้องเดี่ยวโซปราโน คลอกับวงแชมเบอร์   เลือกแผ่น Mozart’s Requiem KV626:  Introitus Requiem เพื่อฟังเสียงเครื่องดนตรีและเสียงประสานนักร้องตอนเข้าซึ่งเบามากและดังมากในช่วงท้ายบท, Tuba mirum  เพื่อฟังเสียงนักร้องเดี่ยวเบส เทนเนอร์ โซปราโน ผมอยากฟังเสียงโน๊ตตัวที่ต่ำสุดของนักร้องชายและของนักร้องหญิง  และคู่เสียงประสาน, Rex tremendae เพื่อฟังประสานเสียงหมู่เต็มๆเสียง   เลือกแผ่น Paganini 24 Caprices เพลงที่ 1 และ 2 เพื่อฟังไวโอลินชิ้นเดียวว่ามันทำให้ผมขนลุกได้หรือยัง  และสุดท้ายเป็นแผ่น Piano Concerto No.1 Op.23 ของ Tchaikovsky เลือก movement  I, III และ Piano Concerto No.2 Op.18 ของ Rachmaninov movement I  ผมจดเอาเฉพาะท่อนที่เปียโนชิ้นเดียวเล่น  สองชิ้นเล่นคลอกันไป และตอนโหมโรงเพื่อฟังว่าแยกรายละเอียดเสียงที่ซับซ้อนจากหลายเครื่องดนตรีได้เพียงใด  ผมตั้งอกตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก ปกติตัวเองยังไม่เคยนั่งลงตั้งใจฟังดนตรีขนาดนี้มาก่อน  ที่เลือก Mozart’s Requiem เพราะคิดว่าตัวเองรู้จักมากที่สุดแล้ว ทั้งเคยร้องเองด้วย  กะเต็มที่ว่าวันนี้จะได้เห็นดีกันว่าไฮเอนด์ที่คุยไว้เสียมากมายนั้นเทคโนโลยีมันสูงแค่ไหน    ผมไปถึงร้านเครื่องเสียง  พนักงานในร้านยิ้มแย้มนำเครื่องเสียงชุดที่ผมสนใจมาให้ลองฟัง  ชุดแรกเป็น Cambridge Audio เทคโนโลยีของอังกฤษ  เขาต่อเครื่องเล่นซีดี Azur 350C เข้ากับเครื่องขยายเสียงรุ่น Azur 350A และลำโพงเข้าชุดรุ่น S30   เสียงของชุดเคมบริดจ์ออดิโอชุดเล็กที่สุดฟังเพลงได้รายละเอียดชัดเจน  สามารถแยกเสียงเครื่องดนตรีในเปียโนคอนแชร์โตของ Tchaikovsky และ Rachmaninov ได้ดี   เสียงร้องโซปราโนเพลง Exulate Jubilate กังวานใส  ผมลองฟัง Mozart’s Requiem ซึ่งเริ่มดนตรีค่อยมาก ก็ยังได้ยินผิดกับเครื่องเสียงเดิมที่ผมมี  เสียงนักร้องเบสดังกังวานชัดเจน  เมื่อเข้าสู่บท Rex tremendae เสียงนักร้องหมู่ที่โหมกันเต็มที่กลับแตกพร่า   ผมขอเขาฟังชุดเครื่องเล่นซีดีและเครื่องขยายเสียงชุดใหม่โดยใช้ลำโพงเดิม  Marantz CD5004 และ PM5004 เป็นชุดเครื่องเสียงชุดเล็กที่สุด น้ำเสียงของมารานซ์ค่อนข้างแตกต่างจากแคมบริดจ์ออดิโอ ตามสไตล์วิศวกรรมญี่ปุ่น คือเสียงกลางซึ่งเด่นที่เสียงร้องจะนุ่มสบายต่อโสตประสาทมากกว่า ไม่ร่าเริงสดใสเช่นเครื่องเสียงจากอังกฤษ  ในช่วงเสียงสูงไม่แหลม แต่ออกแนวเบาสบาย  การแยกรายละเอียดเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นทำได้ดีแต่ไม่เด่นชัดแตกต่างเหมือนเครื่องชุดของเคมบริดจ์  แต่อย่างไรก็ตาม มารานซ์ชุดนี้ก็ยังให้เสียงแตกพร่ากับเพลง Rex tremendae ไม่ต่างจากเคมบริดจ์ออดิโอ  ผมบอกทางร้านว่าผมขอไปฟังเครื่องเสียงอีกยี่ห้อหนึ่ง  หากผมไม่ชอบชุดนั้นผมจะกลับมาลองฟังด้วยลำโพงชุดที่ใหญ่ขึ้น

จากลาดพร้าวผมตรงดิ่งไปเซ็นทรัลเวิร์ลเพื่อขอฟังเครื่องเสียงจากประเทศอังกฤษยี่ห้อดัง NAD  เขาต่อชุดเครื่องเล่นซีดี C515 BEE และแอมป์รุ่น C316 BEE  เข้ากับลำโพงเล็กที่สุด NHT superzero 2.0 เชื้อชาติอังกฤษ  ผมนำแผ่นออกมาฟังเพลงเดิมซ้ำอีก  เสียงจากเครื่องแนดค่อนข้างตรงกับการฟังในโรงละคร  การแยกรายละเอียดดี  เสียงไม่จัดจ้านสดใสเช่นเคมบริดจ์ออดิโอและไม่หวานละมุนเช่นมารานซ์  และแน่นอนว่าเสียงนักร้องใน Rex tremendae แตกพร่า  เสียงดังที่แตกพร่าเป็นเพราะลำโพงและอาจเป็นที่กำลังขับของภาคขยาย  ผมให้เขาเปลี่ยนลำโพงชุดใหม่  ทางร้านเลือก PSB image B4 ลำโพงสัญชาติคาเนเดียนมาให้ลอง  เสียงของลำโพงคู่ใหม่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างยินได้ชัด  แต่ผมไม่ค่อยมีสมาธิเท่าใดเพราะมีลูกค้าอื่นเข้ามาคุยในร้านนานมาก  ผมสังเกตอย่างหนึ่งว่า dynamic range ของ NAD กับลำโพงทั้งสองชุดไม่กว้างเท่าของมารานซ์   การเริ่มต้นของ Requiem ซึ่งเบามากไปจนถึงเสียงดังมาก มารานซ์มีระดับความกว้างมากกว่า ทำให้มิติของเสียงมีมากกว่า  (เรื่องนี้พูดได้ไม่เต็มปากเพราะสถานที่ฟังเพลงคนละที่กัน)  ในที่สุดทนรำคาญเสียงคุยกันไม่ไหวเลยต้องเลิกฟัง  ผมติดใจเสียงของมารานซ์เสียแล้ว พลางนึกได้ว่าร้านขายเทปและแผ่นซีดีที่ผมเห็นมาส่วนใหญ่เขาใช้เครื่องเล่นของมารานซ์


Marantz PM6004/CD5004/MA BX2  บนโต๊ะไม้ ขาเหล็กหล่อ  จัดลำโพงชิดเพื่อถ่ายรูป
กลับมาที่ร้านเดิม  พนักงานยิ้มเผล่  ลองลูกค้ากลับมานี่โอกาสขายของมีมากขึ้น  เขายกชุดเคมบริดจ์ ออดิโอชุดแรกมาต่อให้ผมพร้อมกับลำโพง Monitor Audio BX-2  ผมถามเขาว่าทำไมไม่เอา Polk Audio rTi A3 มาลอง  เขาหัวเราะบอกว่าไม่เหมาะกับสไตล์ฟังเพลงของผม  ผมแอบมีใจให้ลำโพงยี่ห้อนี้เพราะตู้ลำโพงสวยมาก  ลำโพงรุ่นนี้เสียงเบสไม่ใหญ่และอิ่ม จึงเหมาะกับเพลงคลาสิกซึ่งต้องการเสียงช่วงกลางชัด  แต่มีเสียงเบสที่รู้สึกได้ไม่ดังเกิน   ผลงานของเคมบริด์ออดิโอกับลำโพงที่ใหญ่ขึ้น มีน้ำเสียงที่หวานละมุนฟังสบายหูมากกว่าเดิม แต่ในช่วงเสียงสูงยังคงมีความสดใสร่าเริงอยู่ไม่น้อย รายละเอียดยิบยับให้เก็บกันสนุกสนาน  และยังคงสอบตกกับ Rex tremendae เช่นเดิม  เมื่อย้ายมาลองฟังชุดเล็กของมารานซ์ เสียงที่ออกมานุ่มนนวลกว่า ฟังสบาย  เสียงโซปราโนของนักร้องชัดเจนและพริ้วหวาน ช่วงกว้างของความดังหรือ dynamic range ชัดเจนว่ามารานซ์ให้รายละเอียดดีที่สุดจากเครื่องเสียงสามชุดที่ได้ยิน  แม้ว่าจะบิดภาคขยายไปที่เก้านาฬิกา ผมได้ยินเสียงที่ค่อยที่สุดไปจนถึงเสียงที่ดังที่สนั่นหวั่นไหวที่สุดชัดทุกรายละเอียด  ปลายเสียงเครื่องดนตรีประเภทตีจากโลหะไม่เพี้ยน  เสียงจาก Rex tremendae เจือความแตกพร่าพอจับสังเกตได้ แต่น้อยกว่าเครื่องเสียงอีกสองชุด  หากให้ผมเรียงลำดับแล้ว เครื่องเล่นของเคมบริดจ์ออดิโอให้เสียงที่สดใสร่าเริง รายละเอียดถี่ยิบ เด่นเสียงกลางและเสียงสูงที่ชัดตรง  มารานซ์เด่นในเรื่องเสียงกลางและมีการตั้งฮาร์โมนิคที่ฟังแล้วทุ้มสบายหู  มารานซ์เด่นเรื่องไดนามิคมาก แนดให้เสียงกลางและเสียงต่ำอิ่มฟังสบายหูและเสียงแหลมพอประมาณ แต่ขาดไดนามิคของเสียงเมื่อเทียบกับอีกสองยี่ห้อ  ผมตกลงใจจองชุดมารานซ์กับลำโพงตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิม


ผมยังมีเรื่องคาใจเสียงที่แตกพร่า  แม้ว่าผมจะได้ลองเปลี่ยนลำโพงไปแล้ว แต่ผมยังไม่ได้เปลี่ยนเครื่องขยายเสียง  ผมเกิดอยากรู้ว่าหากผมเปลี่ยนแอมป์เป็นรุ่นที่ใหญ่ขึ้น เสียงที่กระแทกดังกระทันหันใน Rex tremendae จะชัดเจนไม่แตกพร่าหรือไม่  วันที่ผมไปรับเครื่องเสียงผมขอเขาทดลองฟังเสียงแอมป์รุ่น PM6004  คุณภาพเสียงของแอมป์รุ่นใหญ่ดีกว่ารุ่นเล็กอย่างชัดเจน  และเสียงที่แตกพร่าจากเสียงที่ดังกระแทกหายไป  เป็นอันว่าผมต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้แอมป์ที่ใหญ่ขึ้น  เสียเงินอีกก้อนหนึ่งสำหรับสายสัญญาณและสายลำโพง แจ็คสำหรับต่อสาย  สายแต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติแตกต่างกัน  ผมฟังคนขายจารนัยให้ฟังว่าสายประเภทนี้จะได้เสียงที่กระชับ  สายอีกประเภทหนึ่งเสียงออกแนวย้วยๆเรื่อยๆ   สายแต่ละแบบแต่ละยี่ห้อมีคาแรคเตอร์ของมันเอง  คนเริ่มต้นอย่างผมเอาราคาต่ำค่อนกลางไปก่อนก็แล้วกัน   กลับมาถึงบ้านผมประกอบชิ้นส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน  ผมนำเก้าอี้สตูลไม้สูง 60 ซม. ที่ซื้อมาไว้ยกของหนีน้ำมาแทนขาลำโพง  คนเล่นเครื่องเสียงคงเอามือกุมขมับ เพราะเขาใช้ขาเหล็ก  ว่ากันว่าขาเหล็กแบบหนึ่งเสา สามเสา สี่เสาให้ความกระชับของเสียงต่างกัน  ขาบางประเภทสามารถเติมทรายลงไปได้เพื่อความหนักแน่นและกระชับของเสียง  ผมเสียเงินไปเยอะแล้ว ขาไม้นี่แหละดีที่สุดในสถานการณ์ของผม    ในบ้านผมทำอะไรมากไม่ได้  ห้องขนาด 4 x 6 เมตร  ผนังสองข้างเป็นตู้ไม้สูงเกือบถึงเพดาน บานประตูตู้ครึ่งบนเป็นกระจก  พื้นหินอ่อน มีโต๊ะยาว เก้าอี้ไม้พนักสูงเบาะนั่งหุ้มผ้า  เปียโนผิวโพลีเอสเตอร์มันอีก 2 หลัง หน้าต่างกระจกไม่มีม่านกรุมุ้งลวด  แขวนตะเกียงโลหะเต็มเพดาน  มีเสียงก้องเล็กน้อย  ถ้าผมจะลดเสียงก้องทำได้อย่างมากคือซื้อผ้าสักหลาดมาเย็บห้อยไม้แขวนบังหน้ากระจกสักสองผืน  ผมวางลำโพงห่างกัน 1.80 เมตร  ห่างจากกำแพงไม่ถึง 1 เมตรดี  ห่างจากตู้เกือบครึ่งเมตร   มันให้เสียงไพเราะไม่เบา ส่วนหนึ่งมาจากสภาพห้องที่ก้องเล็กน้อยทำให้น้ำเสียงไม่ตายแต่ไม่ถึงกับบวมจนฟังไม่รู้เรื่อง  ชุดเครื่องเสียงใหม่มีระยะเวลาเผา burning หรือ break time จนเสียงเข้าที่ประมาณ 100 ชั่วโมง  จนวันนี้ผ่านไปประมาณ 33 ชั่วโมง ผมเลือกเพลง Toccata and Fugue  in D Minor ของ Bach มาลองฟัง  เสียงแหลมของไปป์ออร์แกนดังชัดเจนสบายหู  เสียงเบสของมันไม่ได้ใหญ่และอิ่มนัก แต่ผมได้ยินมันลอยอวลอยู่เต็มบรรยากาศของห้อง  หากต้องการเสียงเบสที่ใหญ่และอิ่มกว่านี้อาจต้องเปลี่ยนลำโพง  ไว้รอดูอีกครั้งช่วงปีใหม่ที่จะครบ 100 ชั่วโมง  ผมเขียนตอนต่อมาไว้ ที่นี่

อะไรคือไฮเอนด์  เครื่องเสียงที่ผมซื้อมาเป็นระดับเริ่มต้นของไฮเอนด์  แต่ผมเฉยๆกับคำๆนี้  ฟังให้สนุกกับดนตรี ฟังอย่างเป็นธรรมชาติสมจริง จะมีความสุขมากกว่าการฟังเครื่องเสียงที่ประดิษฐ์ประดอยมาจนเสียงนั้นไม่มีอยู่จริง  ไม่ใช่ย่านของเสียงที่ปกติเรารับรู้  ชีวิตที่อยู่กับความเป็นจริงไม่น่าเบื่อ มีแต่ความสุข  มาฟัง  ฺBach's Toccata and Fugue in Dm กันนะครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น