วันเสาร์ที่แล้วผมไปเดินหาชุดลำโพงชุดเล็กราคาไม่เกิน
1,300 บาท คิดว่าจะใช้เอาไปใช้เป็นเครื่องเสียงเวลาดูหนัง ขอให้แค่มีเสียง
เพราะที่บ้านผมมีชุดโฮมเธียเตอร์แล้วสองชุด แต่เครื่องเล่นแผ่น CD player ที่ติดมากับแอมปลิฟลายเออร์ทั้งสองเครื่องเสียไป ไม่มีอะหลั่ยซ่อมไม่ได้ ทุกวันนี้ผมซื้อเครื่องเล่นแผ่นราคาถูกประมาณ 1,000 บาทมาต่อเพื่อใช้ดูหนังฟังเพลง
เครื่องที่ใช้ฟังเพลงผมนำเอาลำโพงเล็กออกแต่ใช้ลำโพงสามทางคู่ใหญ่ของโซนีมาต่อไว้แทน ลำโพงโซนีคู่นี้ให้เสียงแน่นกว่าลำโพงจิ๋ว เป็นส่วนของลำโพงชุดคอมโบเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
ตัวเครื่องเล่นแผ่นเสียไปแล้ว
เครื่องเล่นเทปคู่ก็เสียติดๆดับๆ
เพราะผมมีทีวีทุกห้องนี่เองทำให้เครื่องเสียงไม่พอและผมเบื่อที่จะถอดยกขึ้นยกลงเลยเป็นที่มาของความสนใจใหม่
หลังจากที่เดินดูเครื่องเสียงอยู่พักหนึ่งที่พันทิพ ผมจึงทราบว่าในตลาดเขามีเครื่องเสียงแบบ 2
แชแนลและ 5 แชแนล
ผมถามเด็กว่ามันต่างกันอย่างไร
เครื่องสองแชแนลมีช่องให้ต่อลำโพงสองตัว
บนเครื่องขยายจะทำช่องลมเบสส์พอร์ตมาให้ด้วย
ส่วนเครื่องห้าแชแนล มีช่องต่อลำโพง 5 ตัว คือลำโพงกลาง
ลำโพงซ้ายขวาคู่หน้าและคู่หลัง
และช่องซับวูฟเฟอร์ที่มาบนตู้เครื่องขยาย
เด็กคนขายเชียร์ผมว่าเอาห้าไปเลยพี่ จะได้พร้อมดูหนังฟังเพลงไปเลย สนนราคาสองแชแนลตัวเล็กเพียง 600 บาท ตัวห้าแชแนลมีตั้งแต่ 2,200-6,500 บาท
เด็กยังสำทับเพิ่มอีกถ้าพี่จะฟังเพลงเอารุ่นใหญ่ไปเลยมันจะได้สุดๆไม่คาใจ
พร้อมกันนั้นเด็กคนขายรีบกุลีกุจอต่อลำโพงเปิดเสียงหมอลำให้ผมฟังทันที
เสียงเบสเพลงหมอลำกระหึ่มกระทุ้งโสตประสาทผมทำเอาจังหวะหัวใจเต้นตูมตามไปกับดนตรี แต่ตัวเองนึกไม่ออกขึ้นมาว่าเราต้องการอะไร ตกลงใจว่ากลับบ้านไปตั้งหลักนึกอีกรอบก่อน ในเมื่อเรามีโฮมเธียเตอร์แล้วสองชุดจะมาซื้ออีกชุดไปทำไม เราย้ายชุดหนึ่งเข้าไปในห้องหลักก็จบเรื่องแล้ว
ส่วนจะฟังเพลงฟังจากตู้ลำโพงสามทางก็ใช้ได้ ลำโพงสามทางมันครอบคลุมทุกย่านความถี่ 40-25kHzอยู่แล้ว
ในระหว่างสัปดาห์สิ่งที่เด็กสาวคนขาย (อย่างมากก็จบมัธยมปลาย)
บอกผมเรื่องสองแชแนล ห้าแชแนล ทำให้ผมเกิดตะหงิดใจขึ้นมาเปิดหาข้อมูลทันที ผมอ่านเรื่องลำโพงและย่านความถี่ของมัน ประเภทของลำโพง
การขับเสียงของลำโพงที่ต้องอาศัยภาคขยายหรือแอมปลิฟลายเออร์
การถ่ายทอดสัญญาณจากเครื่องเล่น
พบว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน เครื่องเสียงที่ดีต้องดีทั้งเครื่องเล่น
ภาคขยาย และลำโพงเสียง เรื่องมันพาเข้าไปถึงบทไฮไฟ
hi-fi ซึ่งหมายถึงมีความน่าเชื่อถือสูง หรือ high
fidelity
และเขาพูดถึงเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์
จากเรื่องราวของการออกแบบลำโพงที่เดิมผมรู้ว่ามีกรวยกระดาษเป็นตัวสั่นสะเทือนให้เกิดเสียง ปัจจุบันมีการพัฒนาไปสู่ไวนิล vinyl และวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ
ร่วมกับการใช้เซรามิกและการผสมโลหะและอัลลอยด์ของโลหะลงไปเพื่อให้คลื่นเสียงบางความถี่มีความเด่นชัดขึ้นมา
ร่วมกับการออกแบบกรวยและตัวโดม
รวมถึงลักษณะรูปทรงของตู้ลำโพง
วัสดุที่ใช้ทำตู้
การเลือกตำแหน่งเจาะ bass port
เหล่านี้ล้วนมีผลต่อเสียงของลำโพงชนิดนั้น
ทำให้ลำโพงแต่ละยี่ห้อมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง สุขุม นุ่ม
ดุดัน วิศวกรรมของการกระจายเสียง การผลักอากาศ ตำแหน่งการตั้งของลำโพงแต่ละแบบกับขนาดของห้องล้วนเกี่ยวพันกันทั้งสิ้น
เป็นศาสตร์ที่ผมน่าจะหาความรู้ให้มากกว่าการค้นอย่างฉาบฉวยในหน้าอินเตอร์เนต
สำหรับภาคขยายเสียงแอมป์หลอดยังมีบทบาทเป็นอย่างมากร่วมกับทรานซิสเตอร์
และวงจรไฟฟ้า เป็นวิศวกรรมอิเลคทรอนิคซ์การออกแบบอีกแขนงหนึ่ง ทำอย่างไรให้การขยายสัญญาณตรงตามความเป็นจริงจากที่ได้รับมาเป็นเรื่องที่หนึ่ง และเนื่องจากเป็นการขยายสัญญาณเพื่อความบันเทิง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการรับฟังดนตรี
การขยายสัญญาณและเปลี่ยนเป็นเสียงยังเกี่ยวข้องกับการทำให้เกินจริง เสียงเบสขับได้ลึกกว่าความเป็นจริง
เพิ่มเสียงช่วงกลางเพื่อให้ได้ยินเสียงและคำร้องชัด
หรือมีการทอดเสียงในช่วงเสียงสูงออกไปเล็กน้อยให้พริ้วไม่กระด้างหู ปัจจุบันภาคขยายล้วนทำได้หมด
จากตรงตามความเป็นจริงกลายเป็นประดิษฐ์ให้พึงพอใจ ส่วนภาคเครื่องเล่นคงไม่ใช่เครื่องละ 1000 บาทอย่างที่ผมฟังอยู่
แต่เขาคำนึงถึงการดึงเสียงทุกย่านความถี่ออกมาให้ครบจากสื่อเสียงโดยเฉพาะแผ่นดิจิตัลในยุคนี้ เราคงไม่สามารถจบอยู่เพียงเครื่องมือไม่กี่ชิ้นนี้ ยังมีตัวเชื่อมต่อสัญญาณไฟฟ้าอีก 2 ตำแหน่งคือตัวส่งสัญญาณจากเครื่องอ่าน (ในที่นี่คือ CD
player) และตัวส่งสัญญาณไฟฟ้าจากภาคขยายไปลำโพงเพื่อแปลงเป็นคลื่นเสียง
สายทั้งสองชนิดนี้ทำรายได้มหาศาลให้กับบริษัทฯอิเลคทรอนิคซ์ มันเป็นสายอะไรก็ได้ที่ส่งสัญญาณ 0 1
แต่คุณภาพของสัญญาณเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงหากเปลี่ยนชนิดของวัสดุที่ใช้ ความรู้ทางวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมอิเลคทรอนิคซ์ตอบโจทย์ว่าจะลดสัญญาณรบกวน
noise ต่างๆที่เกิดจากความร้อน คลื่นแม่เหล็ก ฯลฯ ให้มากที่สุดได้อย่างไร คุณภาพของเสียงที่เป็นผลลัพธ์สุดท้ายจึงขึ้นกับตัวแปรนี้ด้วย อุปกรณ์หลักสี่ชิ้นนี้จึงทำให้เครื่องเสียงมีราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทไปจนถึงหลักล้านได้อย่างง่ายดาย
ภาคขยายที่ขายกันทั่วๆไปในระดับเริ่มต้นเพื่อความบันเทิงภายในบ้านอยู่ที่หลักหมื่นขึ้นไปจนเกือบแตะหลักแสน ลำโพงเล็กๆรุ่นประหยัดสำหรับระดับไฮไฟมีราคาคู่ละตั้งแต่ปลายหลักพันไปจนถึงหลายแสนบาท
หากไม่ใช่ระดับทั่วๆไปมีราคาอยู่ในหลักล้านบาทให้เลือกซื้อ สายสัญญาณที่ใช้กันมีราคาตั้งแต่เส้นละสองพันกว่าบาทขึ้นไปจนถึงครึ่งล้านบาท
นับว่าจะเป็นนักฟังระดับไฮเอนด์นี่นอกจากต้องหูถึงแล้วหรือถึงไม่ถึงไม่เป็นไรแต่ต้องมีสตางค์และยังต้องมีความฉลาดเลือกอีกด้วย พออ่านเสร็จเรียบร้อย
ผมเกิดอยากรู้ขึ้นมาว่าไฮเอนด์นี่มันขนาดไหนกันนะ
จัดแจงเข้าไปดูข้อมูลเครื่องเสียงไฮเอนด์ระดับเริ่มต้นทันที เขาวิพากษ์กันในอย่างไรในบ้านเรา นักวิจารณ์ทั้งไทยและเทศพูดว่าอย่างไร สถาบันเครื่องเสียงเขาจัดอันดับกันอย่างไร สรุปสุดท้าย
ผมเชื่อที่คนฟังจริงๆกลุ่มหนึ่งที่บอกเล่าว่า ฟังด้วยตัวเองดีที่สุด
เพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกันแม้จะฟังเพลงประเภทเดียวกันก็ยังชอบการปรุงแต่ง ได้แก่
ปรับความดังความค่อย ปรับย่านความถี่เสียงทุ้มเสียงแหลมไม่เหมือนกัน เขาแนะนำว่าให้เลือกลำโพงก่อนแล้วหาแอมป์ให้เข้ากับลำโพง
ไม่ก็เลือกแอมป์ก่อนแล้วหาลำโพงให้เข้ากับแอมป์
เวลาเลือกให้นำแผ่นซีดีเพลงที่ตัวเองชอบไปฟังเอง
เช้าวันเสาร์ถัดมา
ผมรีบลุกขึ้นมาเลือกเพลงแต่เช้า
เปิดเครื่องเสียงค่อนข้างดังเพื่อฟังเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ผมเลือกแผ่นของ
Mozart:
Exsulate Jubilate KV165 : Tu virginum corona และ Alleluja,
alleluja
เพื่อจะฟังเสียงขับร้องเดี่ยวโซปราโน คลอกับวงแชมเบอร์ เลือกแผ่น Mozart’s Requiem KV626: Introitus Requiem เพื่อฟังเสียงเครื่องดนตรีและเสียงประสานนักร้องตอนเข้าซึ่งเบามากและดังมากในช่วงท้ายบท,
Tuba mirum เพื่อฟังเสียงนักร้องเดี่ยวเบส
เทนเนอร์ โซปราโน ผมอยากฟังเสียงโน๊ตตัวที่ต่ำสุดของนักร้องชายและของนักร้องหญิง และคู่เสียงประสาน, Rex tremendae เพื่อฟังประสานเสียงหมู่เต็มๆเสียง
เลือกแผ่น Paganini 24
Caprices เพลงที่ 1 และ 2 เพื่อฟังไวโอลินชิ้นเดียวว่ามันทำให้ผมขนลุกได้หรือยัง และสุดท้ายเป็นแผ่น Piano Concerto No.1
Op.23 ของ Tchaikovsky เลือก movement I, III และ Piano
Concerto No.2 Op.18 ของ Rachmaninov movement I ผมจดเอาเฉพาะท่อนที่เปียโนชิ้นเดียวเล่น สองชิ้นเล่นคลอกันไป
และตอนโหมโรงเพื่อฟังว่าแยกรายละเอียดเสียงที่ซับซ้อนจากหลายเครื่องดนตรีได้เพียงใด ผมตั้งอกตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก
ปกติตัวเองยังไม่เคยนั่งลงตั้งใจฟังดนตรีขนาดนี้มาก่อน ที่เลือก Mozart’s Requiem เพราะคิดว่าตัวเองรู้จักมากที่สุดแล้ว ทั้งเคยร้องเองด้วย กะเต็มที่ว่าวันนี้จะได้เห็นดีกันว่าไฮเอนด์ที่คุยไว้เสียมากมายนั้นเทคโนโลยีมันสูงแค่ไหน
ผมไปถึงร้านเครื่องเสียง
พนักงานในร้านยิ้มแย้มนำเครื่องเสียงชุดที่ผมสนใจมาให้ลองฟัง ชุดแรกเป็น Cambridge Audio เทคโนโลยีของอังกฤษ เขาต่อเครื่องเล่นซีดี
Azur 350C เข้ากับเครื่องขยายเสียงรุ่น Azur 350A และลำโพงเข้าชุดรุ่น S30 เสียงของชุดเคมบริดจ์ออดิโอชุดเล็กที่สุดฟังเพลงได้รายละเอียดชัดเจน
สามารถแยกเสียงเครื่องดนตรีในเปียโนคอนแชร์โตของ Tchaikovsky และ Rachmaninov ได้ดี เสียงร้องโซปราโนเพลง Exulate Jubilate
กังวานใส ผมลองฟัง
Mozart’s Requiem ซึ่งเริ่มดนตรีค่อยมาก
ก็ยังได้ยินผิดกับเครื่องเสียงเดิมที่ผมมี
เสียงนักร้องเบสดังกังวานชัดเจน
เมื่อเข้าสู่บท Rex tremendae เสียงนักร้องหมู่ที่โหมกันเต็มที่กลับแตกพร่า
ผมขอเขาฟังชุดเครื่องเล่นซีดีและเครื่องขยายเสียงชุดใหม่โดยใช้ลำโพงเดิม Marantz CD5004 และ PM5004
เป็นชุดเครื่องเสียงชุดเล็กที่สุด น้ำเสียงของมารานซ์ค่อนข้างแตกต่างจากแคมบริดจ์ออดิโอ
ตามสไตล์วิศวกรรมญี่ปุ่น
คือเสียงกลางซึ่งเด่นที่เสียงร้องจะนุ่มสบายต่อโสตประสาทมากกว่า
ไม่ร่าเริงสดใสเช่นเครื่องเสียงจากอังกฤษ
ในช่วงเสียงสูงไม่แหลม แต่ออกแนวเบาสบาย
การแยกรายละเอียดเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นทำได้ดีแต่ไม่เด่นชัดแตกต่างเหมือนเครื่องชุดของเคมบริดจ์ แต่อย่างไรก็ตาม
มารานซ์ชุดนี้ก็ยังให้เสียงแตกพร่ากับเพลง Rex tremendae
ไม่ต่างจากเคมบริดจ์ออดิโอ
ผมบอกทางร้านว่าผมขอไปฟังเครื่องเสียงอีกยี่ห้อหนึ่ง หากผมไม่ชอบชุดนั้นผมจะกลับมาลองฟังด้วยลำโพงชุดที่ใหญ่ขึ้น
จากลาดพร้าวผมตรงดิ่งไปเซ็นทรัลเวิร์ลเพื่อขอฟังเครื่องเสียงจากประเทศอังกฤษยี่ห้อดัง
NAD เขาต่อชุดเครื่องเล่นซีดี
C515 BEE และแอมป์รุ่น C316 BEE เข้ากับลำโพงเล็กที่สุด NHT
superzero 2.0 เชื้อชาติอังกฤษ ผมนำแผ่นออกมาฟังเพลงเดิมซ้ำอีก เสียงจากเครื่องแนดค่อนข้างตรงกับการฟังในโรงละคร การแยกรายละเอียดดี เสียงไม่จัดจ้านสดใสเช่นเคมบริดจ์ออดิโอและไม่หวานละมุนเช่นมารานซ์ และแน่นอนว่าเสียงนักร้องใน Rex
tremendae แตกพร่า
เสียงดังที่แตกพร่าเป็นเพราะลำโพงและอาจเป็นที่กำลังขับของภาคขยาย ผมให้เขาเปลี่ยนลำโพงชุดใหม่ ทางร้านเลือก PSB image B4 ลำโพงสัญชาติคาเนเดียนมาให้ลอง
เสียงของลำโพงคู่ใหม่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างยินได้ชัด
แต่ผมไม่ค่อยมีสมาธิเท่าใดเพราะมีลูกค้าอื่นเข้ามาคุยในร้านนานมาก ผมสังเกตอย่างหนึ่งว่า dynamic range ของ NAD กับลำโพงทั้งสองชุดไม่กว้างเท่าของมารานซ์ การเริ่มต้นของ Requiem
ซึ่งเบามากไปจนถึงเสียงดังมาก มารานซ์มีระดับความกว้างมากกว่า
ทำให้มิติของเสียงมีมากกว่า (เรื่องนี้พูดได้ไม่เต็มปากเพราะสถานที่ฟังเพลงคนละที่กัน) ในที่สุดทนรำคาญเสียงคุยกันไม่ไหวเลยต้องเลิกฟัง ผมติดใจเสียงของมารานซ์เสียแล้ว พลางนึกได้ว่าร้านขายเทปและแผ่นซีดีที่ผมเห็นมาส่วนใหญ่เขาใช้เครื่องเล่นของมารานซ์
กลับมาที่ร้านเดิม พนักงานยิ้มเผล่ ลองลูกค้ากลับมานี่โอกาสขายของมีมากขึ้น เขายกชุดเคมบริดจ์
ออดิโอชุดแรกมาต่อให้ผมพร้อมกับลำโพง Monitor Audio BX-2 ผมถามเขาว่าทำไมไม่เอา Polk
Audio rTi A3 มาลอง
เขาหัวเราะบอกว่าไม่เหมาะกับสไตล์ฟังเพลงของผม ผมแอบมีใจให้ลำโพงยี่ห้อนี้เพราะตู้ลำโพงสวยมาก ลำโพงรุ่นนี้เสียงเบสไม่ใหญ่และอิ่ม จึงเหมาะกับเพลงคลาสิกซึ่งต้องการเสียงช่วงกลางชัด แต่มีเสียงเบสที่รู้สึกได้ไม่ดังเกิน ผลงานของเคมบริด์ออดิโอกับลำโพงที่ใหญ่ขึ้น
มีน้ำเสียงที่หวานละมุนฟังสบายหูมากกว่าเดิม
แต่ในช่วงเสียงสูงยังคงมีความสดใสร่าเริงอยู่ไม่น้อย
รายละเอียดยิบยับให้เก็บกันสนุกสนาน และยังคงสอบตกกับ
Rex tremendae เช่นเดิม
เมื่อย้ายมาลองฟังชุดเล็กของมารานซ์ เสียงที่ออกมานุ่มนนวลกว่า
ฟังสบาย เสียงโซปราโนของนักร้องชัดเจนและพริ้วหวาน
ช่วงกว้างของความดังหรือ dynamic range ชัดเจนว่ามารานซ์ให้รายละเอียดดีที่สุดจากเครื่องเสียงสามชุดที่ได้ยิน แม้ว่าจะบิดภาคขยายไปที่เก้านาฬิกา
ผมได้ยินเสียงที่ค่อยที่สุดไปจนถึงเสียงที่ดังที่สนั่นหวั่นไหวที่สุดชัดทุกรายละเอียด ปลายเสียงเครื่องดนตรีประเภทตีจากโลหะไม่เพี้ยน เสียงจาก Rex tremendae เจือความแตกพร่าพอจับสังเกตได้
แต่น้อยกว่าเครื่องเสียงอีกสองชุด หากให้ผมเรียงลำดับแล้ว
เครื่องเล่นของเคมบริดจ์ออดิโอให้เสียงที่สดใสร่าเริง รายละเอียดถี่ยิบ
เด่นเสียงกลางและเสียงสูงที่ชัดตรง
มารานซ์เด่นในเรื่องเสียงกลางและมีการตั้งฮาร์โมนิคที่ฟังแล้วทุ้มสบายหู มารานซ์เด่นเรื่องไดนามิคมาก
แนดให้เสียงกลางและเสียงต่ำอิ่มฟังสบายหูและเสียงแหลมพอประมาณ แต่ขาดไดนามิคของเสียงเมื่อเทียบกับอีกสองยี่ห้อ
ผมตกลงใจจองชุดมารานซ์กับลำโพงตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
![]() |
| Marantz PM6004/CD5004/MA BX2 บนโต๊ะไม้ ขาเหล็กหล่อ จัดลำโพงชิดเพื่อถ่ายรูป |
อะไรคือไฮเอนด์ เครื่องเสียงที่ผมซื้อมาเป็นระดับเริ่มต้นของไฮเอนด์ แต่ผมเฉยๆกับคำๆนี้ ฟังให้สนุกกับดนตรี ฟังอย่างเป็นธรรมชาติสมจริง จะมีความสุขมากกว่าการฟังเครื่องเสียงที่ประดิษฐ์ประดอยมาจนเสียงนั้นไม่มีอยู่จริง ไม่ใช่ย่านของเสียงที่ปกติเรารับรู้ ชีวิตที่อยู่กับความเป็นจริงไม่น่าเบื่อ มีแต่ความสุข มาฟัง ฺBach's Toccata and Fugue in Dm กันนะครับ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น