Of the Father's Heart Begotten หรือ
of the father’s love begotten เป็นแครอลเก่าแก่บทหนึ่ง ดัดแปลงมาจากกวีละตินชื่อ คอร์เด นาตุส Corde
natus เป็นบทประพันธ์ของ อูเรลลิอุส พรูเดนติอุส Aurelius
Prudentius ได้มีการใส่ทำนองร้องเข้าไปในยุคกลางและรู้จักกันในชื่อ
ดิวินุม มิสเตอริอุม Davinum mysterium
ลักษณะของเพลงจะเป็นช่วงทำนองสั้นๆที่ร้องกลับไปกลับมาหลายๆรอบ เพลงแชนท์
chant แบบนี้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในยุคกลาง เริ่มมีการตีพิมพ์เป็นภาษาละตินในราวศตวรรษที่
10 และแปลออกเป็นภาษาต่างๆ มีทั้งอิตาลี, เยอรมัน,
สเปน ในช่วงศตวรรษที่ 13-16 ต่อมาได้นำไปใช้ในการประกอบมิซซา
มีการปรับจังหวะของเพลงหลายครั้งตั้งแต่ก่อนปี
1851 จากห้องละ 3 จังหวะเป็น 2 จังหวะมีการยืดจังหวะบางโน๊ตและเน้นเนื้อหาบางจุด
ในหนังสือเพลงชีวิตคริสเตียนพบอยู่สองแบบคือแบบของโธมัส เฮลมอร์ ปี 1851 และแบบของชาร์ลส์ วินเฟรด ดักลาส Charles
Winfred Douglas ทีออกแนวดนตรีเต้นรำ สำหรับเนื้อเพลงที่แปลมาเป็นภษาอังกฤษ เป็นที่นิยมกันมีอยู่ 2 เวอร์ชั่น ได้แก่นีลและเบอเกอร์ John Mason Neale and Henry W.
Baker และ
เดวิส Roby Furley Davis ฉบับของนีลมีถึง
6 ท่อน โดยแปลเทียบเคียงกับภาษาละติน และแก้ไขปรับปรุงใหม่โดยเบเกอร์ก่อนออกตีพิมพ์ในปี
1861 ส่วนเดวีส
จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์จัดแปลใหม่และตีพิมพ์ในปี 1906
ฉบับของเขาเป็นที่นิยมในหมู่แคทอลิคและยิ่งติดหูกันมากขึ้นเมื่อ เซอร์เดวิด
วิลคอกซ์ David Willcocks
นำมาใช้เป็นแครอลประจำปีของโบสถ์เคมบริดจ์
แครอลบทนี้เต็มไปด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น เริ่มตั้งแต่การเปิดเผยน้ำพระทัยของพระเจ้าในการสร้างโลกและจักรวาล เปิดเผยว่าพระองค์คือผู้ใด พระองค์ทรงเป็นอยู่ตั้งแต่แรก he is
alpha เริ่มก่อนที่จะมีจักรวาล
ก่อนที่จะมีสรรพสิ่งเกิดขึ้นมา
และแม้ว่าสรรพสิ่งจะล่วงไปจนว่างเปล่าไม่เหลือสิ่งใด พระเจ้าก็ยังดำรงอยู่ ทรงดำรงอยู่จนถึงสุดปลาย he is omega พระองค์ทรงสร้างฟ้าสวรรค์, แผ่นดินโลกและท้องน้ำ สรรพสิ่งเกิดขึ้นตามพระดำรัสสั่งของพระองค์
กระทั่งดวงดาวในท้องฟ้าและสรรพชีวิต ทรงสร้างมนุษย์ แต่มนษย์กลับขาดจากพระสิริของพระองค์ ตกอยู่ในความบาปและเข้าสู่วิถีของบึงไฟนรก
แต่ข่าวดีคือ
หญิงพรหมจารีคนหนึ่งตั้งครรภ์โดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้กำเนิดทารกที่มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดแก่ชนทุกชาติทุกภาษา เรื่องของกุมารที่มาบังเกิดนี้มีการทำนายและเล่าสืบต่อกันมานาน เป็นพันธสัญญาที่พระเจ้าประทานไว้ให้ ไม่ด้วยเหตุนี้ ว่าจะเบื้องบน
ไม่ว่าจะเป็นทูตสวรรค์หรือมนุษยโลก
ให้ทุกเสียงได้ร้องสรรเสริญชื่นชมยินดีต้อนรับพระเจ้าและกษัตริย์
พระเจ้าผู้ทรงความชอบธรรมจะทรงพิพากษาและให้ความยุติธรรมแก่ทุกคน ประชากรของพระองค์จะไม่ถูกปรับโทษ ส่วนคนบาปจะถูกขับไสไป หลักของการพิพากษาคือ
ผู้ที่วางใจในพระบุตรที่มาบังเกิดจะได้รับความรอดไม่ถูกปรับโทษ แต่ผู้ที่ไม่เชื่อวางใจในพระบุตรจะต้องถูกพิพากษาโทษให้อยู่ในบึงไฟนรกนิรันดร์ เพราะผลของความบาปคือความตาย แต่การเชื่อฟังคือชีวิต
ให้คนหนุ่มคนสาว เด็กหรือคนชราขับร้องบทเพลง
ให้เสียงเพลงก้องกังวาลออกมาจากใจ ขอพระบุตร
พระบิดาและพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงได้รับเกียรติ สง่าราศี เป็นเอก
และชัยชนะตลอดกาลนาน
สุขสันต์วันคริสตสมภพ 2012 ขอพระพรและสันติสุขเป็นของทุกคนที่เข้ามาอ่าน
และได้พบข่าวดีคือความรอดในองค์พระเยซูคริสต์
1. Of the Father's love begotten,
Ere the worlds
began to be,
He is Alpha and Omega,
He the source, the
ending He,
Of the things that are, that have been,
And that future
years shall see,
Evermore and
evermore!
2. At His Word the worlds were framèd;
He commanded; it
was done:
Heaven and earth and depths of ocean
In their threefold
order one;
All that grows beneath the shining
Of the moon and
burning sun,
Evermore and
evermore!
3. He is found in human fashion,
Death and sorrow
here to know,
That the race of Adam's children
Doomed by law to
endless woe,
May not henceforth die and perish
In the dreadful
gulf below,
Evermore and
evermore!
4. O that birth forever blessèd,
When the Virgin,
full of grace,
By the Holy Ghost conceiving,
Bare the Savior of
our race;
And the Babe, the world's Redeemer,
First revealed His
sacred face,
Evermore and
evermore!
5. This is He Whom seers in old time
Chanted of with
one accord;
Whom the voices of the prophets
Promised in their
faithful word;
Now He shines, the long expected,
Let creation
praise its Lord,
Evermore and
evermore!
6. O ye heights of heaven adore Him;
Angel hosts, His
praises sing;
Powers, dominions, bow before Him,
And extol our God
and King!
Let no tongue on earth be silent,
Every voice in
concert sing,
Evermore and
evermore!
7. Righteous judge of souls departed,
Righteous King of
them that live,
On the Father's throne exalted
None in might with
Thee may strive;
Who at last in vengeance coming
Sinners from Thy
face shalt drive,
Evermore and
evermore!
8. Thee let old men, thee let young
men,
Thee let boys in
chorus sing;
Matrons, virgins, little maidens,
With glad voices
answering:
Let their guileless songs re-echo,
And the heart its
music bring,
Evermore and
evermore!
9. Christ, to Thee with God the
Father,
And, O Holy Ghost,
to Thee,
Hymn and chant with high thanksgiving,
And unwearied
praises be:
Honor, glory, and dominion,
And eternal
victory,
Evermore and evermore!


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น